เทคนิคสอบ·3 พฤษภาคม 2569·อ่าน 4 นาที

เทคนิคจำ Dermatology Lesions ให้แม่น — แยก Rash ได้ทุกข้อก่อนสอบแพทย์

รวมเทคนิคจำ Skin Lesion และ Rash สำคัญสำหรับสอบแพทย์ แยกประเภท Primary vs Secondary Lesion วินิจฉัยโรคผิวหนังได้แม่น ไม่สับสัน

เทคนิคจำ Dermatology Lesions ให้แม่น — แยก Rash ได้ทุกข้อก่อนสอบแพทย์

ทำไม Dermatology ถึงพลาดบ่อยในห้องสอบ?

หนึ่งในหัวข้อที่นักศึกษาแพทย์หลายคนรู้สึก "กลัว" มากที่สุดในการสอบใบประกอบวิชาชีพแพทย์ก็คือ โรคผิวหนัง (Dermatology) ไม่ใช่เพราะเนื้อหายากเกินไป แต่เพราะ "ดูคล้ายกันหมด" โดยเฉพาะเมื่อต้องอธิบายลักษณะผื่นหรือรอยโรคด้วยคำศัพท์ที่ถูกต้อง

ปัญหาที่พบบ่อยคือ นักศึกษาท่องจำชื่อโรคได้ แต่พอเห็นภาพหรืออ่าน vignette ที่บรรยายผื่น กลับนึกโรคไม่ออก เพราะไม่ได้สร้าง "ระบบคิด" ในการแยกแยะ Primary lesion ออกจาก Secondary lesion ก่อน

บทความนี้จะพาทำความเข้าใจ Dermatology Lesions อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ภาษาพื้นฐานที่ใช้บรรยายผื่น ไปจนถึง Pattern Recognition สำหรับโรคที่ออกสอบบ่อยที่สุด พร้อมตัวอย่างโจทย์ที่ใช้ได้จริง

ขั้นตอนที่ 1: รู้จัก Primary Skin Lesions ให้ขึ้นใจ

Primary lesions คือรอยโรคที่เกิดขึ้นโดยตรงจากกระบวนการโรค ยังไม่ผ่านการเกา การอักเสบซ้ำ หรือการหาย ต้องจำให้ได้ทั้งนิยามและขนาด เพราะข้อสอบมักใช้ขนาดเป็นตัวแบ่ง

Lesion นิยาม ขนาด ตัวอย่างโรค
Macule รอยแบน เปลี่ยนสี ไม่นูน < 1 cm Vitiligo, Café-au-lait spot
Patch รอยแบน เปลี่ยนสี ไม่นูน > 1 cm Tinea versicolor, Port-wine stain
Papule นูนขึ้น ผิวแข็ง ไม่มีน้ำ < 1 cm Wart, Molluscum, Acne comedone
Plaque นูนขึ้น ผิวแข็ง ไม่มีน้ำ > 1 cm Psoriasis, Lichen planus
Vesicle ตุ่มน้ำใส < 1 cm Varicella, HSV, Contact dermatitis
Bulla ตุ่มน้ำใสขนาดใหญ่ > 1 cm Pemphigus, Bullous pemphigoid, Burns
Pustule ตุ่มหนอง ขนาดต่างๆ Folliculitis, Impetigo, Acne
Nodule นูนลึก ก้อนแข็ง > 1 cm ลึก Lipoma, Erythema nodosum
Wheal (Urtica) นูน บวม คัน เกิดเร็วและยุบเร็ว ขนาดต่างๆ Urticaria, Angioedema

เคล็ดลับจำ: ใช้หลัก "Mac-Patch = แบน, Pap-Plaque = นูนแห้ง, Ves-Bulla = น้ำใส" แล้วเติม Pustule (หนอง) และ Wheal (บวมเร็ว) แยกต่างหาก แค่นี้ครอบ Primary lesions ได้ทั้งหมด

ขั้นตอนที่ 2: Secondary Lesions — สิ่งที่เกิดหลังจาก Primary

Secondary lesions เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของ Primary lesion เช่น การเกา การติดเชื้อซ้ำ หรือกระบวนการหายของแผล ข้อสอบมักบรรยาย secondary lesion เป็นส่วนหนึ่งของ clinical picture

  • Scale (ขุย): เซลล์ผิวหนังตายสะสม → Psoriasis, Seborrheic dermatitis, Pityriasis rosea
  • Crust (สะเก็ด): สารคัดหลั่งแห้งติดผิว → Impetigo (honey-colored crust คือ classic!)
  • Erosion: ผิวหนังหาย เฉพาะ Epidermis → แผลหายได้โดยไม่เป็นแผลเป็น
  • Ulcer: ผิวหนังหาย ลึกถึง Dermis → แผลเป็นได้หลังหาย เช่น Venous ulcer, Diabetic foot ulcer
  • Fissure (รอยแยก): รอยแตกลึก → Tinea pedis (athlete's foot), Cheilitis
  • Lichenification: ผิวหนาและหยาบจากการเกาเรื้อรัง → Atopic dermatitis เรื้อรัง
  • Scar: เนื้อเยื่อเกี่ยวพันทดแทน → Keloid, Hypertrophic scar
  • Atrophy: ผิวบาง โปร่งใส → Steroid-induced atrophy, Lichen sclerosus

ขั้นตอนที่ 3: Pattern Recognition — จับ Pattern ก่อน Diagnosis

แทนที่จะท่องโรคทีละโรค ให้ฝึก "Pattern Thinking" คือดูลักษณะผื่นก่อน แล้วค่อย narrow down ไปหาโรค วิธีนี้ใช้ได้ทั้ง MCQ และ MEQ

Pattern 1: ผื่นแดง + ขุย (Erythematous + Scaly)

  • Psoriasis: Silvery-white scale, well-defined plaque, ที่ข้อศอก/เข่า/หนังศีรษะ, Auspitz sign (+), Koebner phenomenon (+)
  • Seborrheic dermatitis: Greasy yellowish scale, บริเวณ T-zone, หนังศีรษะ, eyebrow
  • Tinea corporis: Ring-shaped, central clearing, KOH (+), ขอบชัด
  • Pityriasis rosea: Herald patch ก่อน ตามด้วย Christmas tree pattern บนลำตัว

Pattern 2: ตุ่มน้ำ / ตุ่มหนอง (Vesicular / Pustular)

  • Varicella: Dew drop on rose petal, หลายระยะพร้อมกัน (macule + papule + vesicle + crust)
  • Herpes Zoster: Dermatomal distribution, unilateral, preceded by pain
  • HSV: Grouped vesicles on erythematous base, recurrent
  • Impetigo: Honey-colored crust, เด็กเล็ก, ลามเร็ว, Group A Strep / S. aureus

Pattern 3: ผื่นแพ้ / อักเสบ (Dermatitis Pattern)

  • Atopic dermatitis: Pruritic, ข้อพับแขนขา, ประวัติ atopy, Dennie-Morgan lines
  • Contact dermatitis: ตรงตำแหน่งที่สัมผัสสาร, ชัดเจนตามรูปร่างของวัตถุ
  • Drug reaction (DRESS, SJS, TEN): ดูตาราง severity แยกกัน (ดูหัวข้อถัดไป)

ขั้นตอนที่ 4: Bullous Diseases — จำให้แม่นเพราะออกสอบบ่อยมาก

โรคในกลุ่มนี้ดูคล้ายกันมาก แต่ต่างกันที่ระดับชั้นผิวหนังที่เกิด Blister และการตรวจพิเศษ

โรค ระดับที่เกิด Blister Nikolsky sign IgG target จุดสังเกต
Pemphigus vulgaris Intraepidermal (Suprabasal) Positive Desmoglein 1 & 3 มีรอยโรคในปาก, Bulla แตกง่าย
Bullous pemphigoid Subepidermal Negative BP180, BP230 ผู้สูงอายุ, Bulla ตึง แตกยาก, คันมาก
Dermatitis herpetiformis Subepidermal Negative IgA ที่ Dermal papillae เกี่ยวกับ Celiac disease, คันมาก

เคล็ดลับจำ: "Pemphigus = Positive Nikolsky = Prone to Perforate (แตกง่าย) = ปาก (Oral)" ส่วน Bullous pemphigoid จำว่า "BP = Big Bulla, ผู้ใหญ่ (Bp-old)"

ขั้นตอนที่ 5: Severe Drug Reactions — แยก SJS vs TEN ให้ได้

กลุ่มนี้สำคัญมากทั้งในข้อสอบและในคลินิก เพราะเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องวินิจฉัยให้ได้เร็ว

ภาวะ % BSA ที่ detach Nikolsky สาเหตุบ่อย การรักษา
SJS < 10% Positive Sulfa, Allopurinol, Carbamazepine, Lamotrigine Supportive, หยุดยาต้นเหตุ
SJS/TEN overlap 10–30% Positive เช่นเดียวกัน ICU / Burn unit
TEN > 30% Positive เช่นเดียวกัน ICU / Burn unit, IVIG พิจารณา
DRESS ไม่มี detachment Negative Allopurinol, Carbamazepine, Phenytoin Steroid, หยุดยา

DRESS ต่างจาก SJS/TEN ตรงที่มี Systemic involvement ได้แก่ ไข้, lymphadenopathy, eosinophilia, การอักเสบของอวัยวะภายใน (ตับ, ไต, ปอด) ซึ่งเกิดช้ากว่า (2–8 สัปดาห์หลังเริ่มยา)

ขั้นตอนที่ 6: Skin Cancer — สามชนิดที่ต้องแยกได้

ข้อสอบมักให้ภาพหรือบรรยายลักษณะแล้วถามว่าเป็นชนิดไหน ใช้หลัก ABCDE กับ Melanoma และจำลักษณะเฉพาะของแต่ละชนิด

  • Basal Cell Carcinoma (BCC): Pearly, translucent papule, มี telangiectasia, rolled border, central ulceration — พบในคนอายุมาก โดนแดดมาก ที่ใบหน้า มักไม่ค่อย metastasize
  • Squamous Cell Carcinoma (SCC): Erythematous plaque/nodule, indurated, ulcerated, scaly — เกิดจาก Actinic keratosis, HPV, burn scar; Metastasize ได้มากกว่า BCC
  • Melanoma: ใช้ ABCDE — Asymmetry, Border irregular, Color variation, Diameter >6mm, Evolution — Metastasize ได้เร็ว, Breslow thickness กำหนด prognosis

จำง่ายๆ: "BCC = ไม่ไปไหน, SCC = ไปบ้าง, Melanoma = ไปไกล"

ตัวอย่างโจทย์และวิธีคิด

โจทย์ที่ 1

เด็กชายอายุ 6 ปี มีผื่นแดงคันที่หนังศีรษะ พบ broken hair stubs, kerion formation, KOH smear พบ hyphae ใน hair shaft. Dx?

วิธีคิด: ผื่นที่หนังศีรษะ + broken hair + KOH (+) → Tinea capitis. Kerion = inflammatory variant จาก Trichophyton verrucosum → การรักษาคือ Oral Griseofulvin (เพราะ Topical ไม่ผ่านรูขุมขน)

โจทย์ที่ 2

ผู้หญิงอายุ 55 ปี มี Bulla ตึง ไม่แตกง่าย คันมาก ไม่มีรอยโรคในปาก Nikolsky sign negative. Dx?

วิธีคิด: Bulla ตึง + Nikolsky (-) + ไม่มี oral lesion + สูงอายุ → Bullous pemphigoid การยืนยัน: Direct immunofluorescence พบ IgG + C3 ที่ basement membrane zone แบบ linear

สรุปเทคนิคจำ Dermatology สำหรับสอบ

  1. สร้างภาษากลาง: จำ Primary + Secondary lesions ให้แม่น — นี่คือ "ภาษา" ที่ใช้บรรยายผื่นทุกชนิด
  2. คิดเป็น Pattern: แยก Scaly, Vesicular, Bullous, Urticarial, Purpuric ก่อน แล้วค่อย narrow
  3. จำ Differentiating feature: หาสิ่งที่ทำให้โรคนั้นต่างจากคู่แข่ง เช่น Honey crust = Impetigo, Silvery scale = Psoriasis
  4. รู้จัก Special signs: Nikolsky, Auspitz, Koebner, Darier's sign — แต่ละ sign บ่งบอกโรคได้ชัดเจน
  5. เชื่อมกับ Systemic disease: ผื่นหลายชนิดเป็น cutaneous manifestation ของโรคระบบ เช่น SLE → malar rash, DM → Acanthosis nigricans, Neurofibromatosis → Café-au-lait

ฝึกทำโจทย์ให้ครบก่อนสอบ

การอ่านทฤษฎีอย่างเดียวไม่พอสำหรับ Dermatology เพราะข้อสอบจริงมักให้ภาพหรือ clinical vignette ที่ต้องอาศัย Pattern recognition ที่ฝึกมาแล้ว ทางที่ดีที่สุดคือทำข้อสอบเยอะๆ แล้วทบทวนว่าตัวเองพลาดจุดไหน

หากยังไม่แน่ใจว่าตัวเองพร้อมแค่ไหน ลองเข้าไปทำ แบบฝึกหัดจำลองข้อสอบ NL Step 3 ที่หมอรู้ ซึ่งมีโจทย์ Dermatology พร้อม Explanation ครบทุกข้อ หรือดู รายละเอียดข้อสอบและโครงสร้างการสอบ เพื่อวางแผนเตรียมตัวได้อย่างตรงจุดที่สุด

จำไว้ว่า Dermatology ที่ดูยากในตอนแรก จะกลายเป็นหัวข้อที่ทำคะแนนได้ง่ายที่สุด ถ้าคุณสร้างระบบคิดที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น โชคดีกับการสอบนะครับ!

เริ่มฝึกสอบกับหมอรู้ได้เลย

ข้อสอบ MEQ + MCQ 1,300+ ข้อ + Long Case กับ AI — เริ่มต้นฟรี