เตรียมสอบ·17 ตุลาคม 2569·อ่าน 5 นาที

เทคนิคจำ Dermatology ให้แม่น — แยกโรคผิวหนังได้ทุกข้อก่อนสอบแพทย์

สรุปเทคนิคจำ Dermatology สำหรับสอบแพทย์ ไล่ตั้งแต่ลักษณะรอยโรค การกระจายตัว โรคตุ่มน้ำ papulosquamous ยาแพ้รุนแรง ไปจนถึงมะเร็งผิวหนัง พร้อมตารางเปรียบเทียบ

เทคนิคจำ Dermatology ให้แม่น — แยกโรคผิวหนังได้ทุกข้อก่อนสอบแพทย์

ผิวหนังเป็นวิชาที่นักศึกษาแพทย์หลายคนรู้สึกว่า "จำไม่ได้สักที" เพราะมีโรคเยอะ ชื่อแปลก และข้อสอบมักให้โจทย์เป็นคำบรรยายรอยโรคสั้นๆ ให้เรานึกภาพเอง แต่ในความจริง ข้อสอบ Dermatology ของการสอบประเมินความรู้แพทย์มีรูปแบบที่ค่อนข้างตายตัว คือ ลักษณะรอยโรค + ตำแหน่ง + ประวัติสำคัญ + สิ่งตรวจพบเฉพาะ (pathognomonic sign) แล้วถามว่าเป็นโรคอะไร หรือรักษาอย่างไร บทความนี้จะสรุปวิธีคิดเป็นระบบ พร้อมตารางเปรียบเทียบที่ใช้ทบทวนได้ก่อนสอบ

1. เริ่มจากภาษาของผิวหนัง: Primary และ Secondary lesion

ก่อนจำโรค ต้องอ่านโจทย์ให้ออกก่อนว่าผู้เขียนข้อสอบกำลังบรรยายอะไร ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือสับสนศัพท์ จึงควรแม่นศัพท์พื้นฐานเป็นอันดับแรก

ชนิดขนาด/ลักษณะตัวอย่างโรค
Maculeรอยราบ เปลี่ยนสี ขนาด <1 ซม.Freckle, tinea versicolor
Patchรอยราบ ขนาด ≥1 ซม.Vitiligo, melasma
Papuleตุ่มนูน <1 ซม.Lichen planus, acne
Plaqueนูนแบน ≥1 ซม.Psoriasis
Vesicle / Bullaตุ่มน้ำ <1 ซม. / ≥1 ซม.HSV, pemphigus, pemphigoid
Pustuleตุ่มหนองFolliculitis, AGEP
Whealนูนบวมชั่วคราว หายใน <24 ชม.Urticaria
Purpuraจุดเลือดออก กดไม่จางHSP, ITP, vasculitis

Secondary lesion ได้แก่ scale, crust, erosion, ulcer, excoriation, lichenification, scar และ atrophy ซึ่งบอกใบ้เรื่องระยะเวลาและพฤติกรรมการเกา เช่น lichenification แปลว่าเกามานาน คิดถึง chronic eczema หรือ lichen simplex chronicus

2. ใช้ "การกระจายตัว" ช่วยตัดช้อยส์

  • Extensor surface (ข้อศอก เข่า): psoriasis
  • Flexor surface (ข้อพับ): atopic dermatitis ในเด็กโตและผู้ใหญ่ ส่วนวัยทารกพบที่แก้มและ extensor
  • ฝ่ามือฝ่าเท้า: secondary syphilis, hand-foot-mouth disease, erythema multiforme, scabies ในทารก
  • ซอกนิ้ว ข้อมือ อวัยวะเพศ: scabies
  • Dermatomal: herpes zoster
  • บริเวณถูกแสง: SLE, porphyria, photosensitive drug eruption, actinic keratosis
  • Seborrheic area (หนังศีรษะ ร่องแก้ม คิ้ว หลังหู กลางอก): seborrheic dermatitis
  • ลำตัวเป็นหลัก: pityriasis rosea, tinea versicolor

3. กลุ่ม Papulosquamous: ตุ่มนูนมีขุย

กลุ่มนี้ออกสอบบ่อยที่สุดเพราะลักษณะคล้ายกัน ต้องจำ "จุดชี้ขาด" ของแต่ละโรค

โรคลักษณะเด่นจุดชี้ขาด/ข้อควรจำ
PsoriasisPlaque แดงขอบชัด สะเก็ดสีเงิน ที่ extensor และหนังศีรษะAuspitz sign, Koebner phenomenon, nail pitting, oil-drop sign; guttate type หลังคอหอยอักเสบจาก Group A Strep
Lichen planus6P: Pruritic, Polygonal, Planar, Purple, Papules, PlaquesWickham striae, Koebner, พบในช่องปาก; สัมพันธ์กับ hepatitis C
Pityriasis roseaHerald patch ตามด้วยผื่นรูป "ต้นคริสต์มาส" ตามแนว skin cleavageหายเองใน 6–8 สัปดาห์ ให้การรักษาตามอาการ
Tinea versicolorMacule/patch ขุยละเอียดที่ลำตัว สีจางหรือเข้มเชื้อ Malassezia; KOH เห็น "spaghetti and meatballs"; รักษาด้วย selenium sulfide หรือ ketoconazole
Secondary syphilisผื่นไม่คัน ที่ลำตัว ฝ่ามือฝ่าเท้าCondyloma lata, mucous patch; ตรวจ VDRL/RPR + treponemal test; รักษาด้วย benzathine penicillin G 2.4 ล้านยูนิต IM
Seborrheic dermatitisแดงมัน ขุยเหลือง ในบริเวณ seborrheicสัมพันธ์กับ Parkinson และ HIV; ใช้ antifungal ทา + topical steroid อ่อนๆ

เคล็ดลับ: ถ้าโจทย์บอกว่า "ผื่นขึ้นหลังเป็นแผลถลอก/รอยขีดข่วน" ให้คิด Koebner ซึ่งพบใน psoriasis, lichen planus, vitiligo และ viral warts

4. กลุ่มตุ่มน้ำ (Vesiculobullous): ตารางที่ต้องจำให้ได้

ข้อสอบชอบถามเปรียบเทียบ pemphigus vulgaris กับ bullous pemphigoid รวมถึง dermatitis herpetiformis

หัวข้อPemphigus vulgarisBullous pemphigoidDermatitis herpetiformis
ผู้ป่วยวัยกลางคนผู้สูงอายุคนที่มี celiac disease
ลักษณะตุ่มFlaccid bulla แตกง่าย เป็นแผลถลอก พบในช่องปากTense bulla บนฐานแดง ไม่ค่อยพบในช่องปากตุ่มน้ำเล็กกลุ่มๆ คันมาก ที่ข้อศอก เข่า สะโพก
Nikolsky signบวกลบลบ
ระดับการแยกชั้นIntraepidermal (suprabasal)SubepidermalSubepidermal
AntigenDesmoglein 3 (± Dsg 1)BP180, BP230 (hemidesmosome)Tissue transglutaminase / epidermal transglutaminase
ImmunofluorescenceIgG รอบเซลล์ keratinocyte ("fishnet")IgG/C3 เป็นเส้นตรงที่ basement membraneIgA เป็นเม็ดที่ dermal papillae
รักษาSystemic steroid ± rituximabTopical clobetasol; systemic steroid ถ้ารุนแรงDapsone + gluten-free diet

สูตรจำง่ายๆ: "Pemphigus = Pop (แตกง่าย) = Positive Nikolsky = Peeling ในชั้นบน" ส่วน Pemphigoid คือ Pressure-tight (ตึง) และอยู่ใต้ชั้น epidermis ลึกกว่า จึงไม่แตกง่าย

5. โรคติดเชื้อทางผิวหนัง

แบคทีเรีย

  • Impetigo: สะเก็ดสีน้ำผึ้ง (honey-colored crust) พบบ่อยในเด็ก เชื้อ S. aureus และ S. pyogenes; รักษาด้วย topical mupirocin หรือยาปฏิชีวนะชนิดกินถ้าเป็นวงกว้าง
  • SSSS (Staphylococcal scalded skin syndrome): เด็กเล็ก ไข้ ผิวแดงเจ็บ Nikolsky บวก จาก exfoliative toxin ไม่มีแผลในเยื่อบุ รักษาด้วย anti-staphylococcal antibiotic ทางหลอดเลือดดำ
  • Cellulitis vs erysipelas: erysipelas ตื้นกว่า ขอบชัดและยกนูน มักเกิดจาก Group A Strep ส่วน cellulitis ลึกกว่า ขอบไม่ชัด

เชื้อรา

  • Tinea corporis: วงแดงขอบยกนูน กลางจาง (annular) KOH พบ hyphae
  • Tinea capitis: ผมร่วงเป็นหย่อมมีขุย ต้องใช้ยากิน เช่น griseofulvin หรือ terbinafine ยาทาไม่พอ
  • Candidiasis: ผื่นแดงในซอกพับ มี satellite lesions

ไวรัสและปรสิต

  • Herpes zoster: ตุ่มน้ำเรียงตาม dermatome ข้างเดียว ให้ acyclovir/valacyclovir ภายใน 72 ชั่วโมงจะได้ประโยชน์มากที่สุด
  • Molluscum contagiosum: ตุ่มกลมมีรอยบุ๋มตรงกลาง (umbilicated)
  • Scabies: คันมากตอนกลางคืน มีคนในบ้านเป็นด้วย burrow ที่ซอกนิ้ว รักษาด้วย permethrin 5% ทาทั้งตัวตั้งแต่คอลงมา หรือ ivermectin กิน และต้องรักษาผู้สัมผัสใกล้ชิดพร้อมกัน

โรคเรื้อน (Leprosy)

ยังเป็นหัวข้อที่ออกสอบในประเทศไทย ลักษณะสำคัญคือ รอยโรคชาและเส้นประสาทโต การรักษาตาม WHO MDT: กลุ่ม paucibacillary ใช้ rifampicin + dapsone นาน 6 เดือน กลุ่ม multibacillary เพิ่ม clofazimine รวม 12 เดือน อย่าลืมภาวะ lepra reaction (type 1 = reversal reaction, type 2 = ENL)

6. ผื่นแพ้ยา: จำยาก่อ จำ HLA ให้ได้

ภาวะจุดเด่นยาที่เป็นสาเหตุบ่อย
SJS/TENแผลในเยื่อบุ ≥2 ตำแหน่ง ผิวหลุดลอก; SJS <10% BSA, overlap 10–30%, TEN >30%Allopurinol, carbamazepine, phenytoin, sulfonamide, nevirapine
DRESSเริ่มช้า 2–8 สัปดาห์ ไข้ ผื่น eosinophilia ตับอักเสบ ต่อมน้ำเหลืองโตAllopurinol, anticonvulsant, vancomycin
AGEPตุ่มหนองเล็กจำนวนมากบนฐานแดง เกิดเร็วใน 1–2 วันAminopenicillin, macrolide
Fixed drug eruptionวงกลมสีม่วงคล้ำ เกิดซ้ำที่เดิมทุกครั้งSulfonamide, NSAIDs, tetracycline

ประเด็นเฉพาะที่ออกสอบบ่อยในบริบทไทย: HLA-B*15:02 กับ carbamazepine และ HLA-B*58:01 กับ allopurinol หลักการดูแล SJS/TEN คือ หยุดยาที่สงสัยทันที ให้การดูแลแบบประคับประคองในหน่วยดูแลผู้ป่วยหนักหรือ burn unit ดูแลสารน้ำ แผล และตา ใช้ SCORTEN ประเมินพยากรณ์โรค

7. มะเร็งผิวหนังและรอยโรคก่อนมะเร็ง

  • Basal cell carcinoma (BCC): พบบ่อยที่สุด ตุ่มมันวาวคล้ายไข่มุก (pearly papule) มี telangiectasia ขอบยกนูน อาจมีแผลตรงกลาง (rodent ulcer) แทบไม่แพร่กระจาย พบบริเวณใบหน้า
  • Squamous cell carcinoma (SCC): ก้อนหรือแผลมีสะเก็ดในบริเวณถูกแดด หรือแผลเรื้อรัง (Marjolin ulcer) มีโอกาสแพร่กระจายมากกว่า BCC
  • Actinic keratosis: รอยโรคก่อนมะเร็ง SCC ผิวขรุขระบริเวณถูกแดด
  • Melanoma: จำ ABCDE (Asymmetry, Border, Color, Diameter >6 มม., Evolving) ปัจจัยพยากรณ์โรคสำคัญที่สุดคือ Breslow thickness ในคนเอเชียพบชนิด acral lentiginous (ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ใต้เล็บ) ได้บ่อย การตัดชิ้นเนื้อควรเป็น excisional biopsy ด้วยขอบแคบ ไม่ใช่ shave biopsy

8. Eczema, Urticaria และโรคผิวหนังที่บอกโรคระบบอื่น

กลุ่ม Eczema

  • Atopic dermatitis: คัน ผื่นเรื้อรังกำเริบ ประวัติ atopy; รักษาหลักคือ moisturizer และ topical steroid ตามความรุนแรง ใช้ topical calcineurin inhibitor ในบริเวณหน้าและซอกพับ
  • Allergic contact dermatitis: Type IV hypersensitivity ตรวจด้วย patch test เช่น nickel ผื่นตรงตำแหน่งที่สัมผัส
  • Irritant contact dermatitis: พบบ่อยกว่า ไม่ใช้กลไกภูมิแพ้
  • Stasis dermatitis: ขาส่วนล่างของผู้ที่มี venous insufficiency

Urticaria

Wheal แต่ละอันอยู่ไม่เกิน 24 ชั่วโมง ถ้าคงอยู่นานกว่านั้นหรือทิ้งรอยช้ำให้คิด urticarial vasculitis ส่วน angioedema จากยา ACE inhibitor เกิดจากการสะสมของ bradykinin จึงไม่ตอบสนองต่อ antihistamine และ adrenaline เท่าที่ควร

Skin signs of systemic disease

ผิวหนังโรคที่สัมพันธ์
Acanthosis nigricansInsulin resistance, PCOS, มะเร็งทางเดินอาหาร
Erythema nodosumStreptococcus, TB, sarcoidosis, IBD, ยา
Pyoderma gangrenosumIBD, rheumatoid arthritis, โรคเลือด
Heliotrope rash, Gottron papulesDermatomyositis (ตรวจหามะเร็งร่วมด้วย)
Malar rash เว้นร่องแก้ม (nasolabial fold)SLE
Palpable purpura ที่ขาHSP / small vessel vasculitis
Erythema multiforme (target lesion)HSV, Mycoplasma, ยา

9. เทคนิคทำข้อสอบ Dermatology

  1. ขีดเส้นใต้ keyword ในโจทย์: ชนิดรอยโรค ตำแหน่ง ระยะเวลา อาการคัน ยาที่ใช้ล่าสุด
  2. ถามตัวเองก่อนว่ามี "คำยืนยัน" ไหม: เช่น Auspitz, Wickham, herald patch, Nikolsky, umbilication
  3. ถ้าเป็นผื่นหลังได้ยา ให้ดูช่วงเวลา: เร็วภายในวันคือ urticaria/AGEP, 1–3 สัปดาห์คือ morbilliform/SJS, 2–8 สัปดาห์คือ DRESS
  4. ข้อการรักษา: จำหลักก่อนว่าโรคนั้นต้อง "ยาทาพอ" หรือ "ต้องยากิน" เช่น tinea capitis ต้องกิน, scabies ต้องรักษาคนใกล้ชิดด้วย
  5. อย่าตกหลุมพราง: Syphilis ผื่นไม่คัน ส่วน scabies และ lichen planus คันมาก; BCC แทบไม่แพร่กระจาย ส่วนมะเร็ง melanoma แพร่กระจายเร็ว

10. แผนทบทวน 7 วันสำหรับ Dermatology

  • วันที่ 1: ศัพท์รอยโรคและการกระจายตัว
  • วันที่ 2: Papulosquamous และ eczema
  • วันที่ 3: โรคตุ่มน้ำ
  • วันที่ 4: โรคติดเชื้อ รวมถึงโรคเรื้อนและซิฟิลิส
  • วันที่ 5: ผื่นแพ้ยาและ HLA
  • วันที่ 6: มะเร็งผิวหนังและ skin signs ของโรคระบบ
  • วันที่ 7: ทำข้อสอบจับเวลาและทบทวนข้อที่ผิด

การอ่านอย่างเดียวไม่พอ ผิวหนังเป็นวิชาที่ต้องฝึกจับ pattern จากโจทย์จริงซ้ำๆ คุณสามารถฝึกทำโจทย์แยกตามหมวดได้ที่ ระบบฝึกทำข้อสอบ หรือจำลองบรรยากาศสอบจริงใน คลังข้อสอบ และฝึกคิดเป็นระบบแบบผู้ป่วยจริงด้วย Long Case เช่น ผู้ป่วยตุ่มน้ำในผู้สูงอายุ หรือผื่นหลังกินยากันชัก หากต้องการปลดล็อกเนื้อหาครบทุกวิชา สามารถดูแพ็กเกจได้ที่ หน้าราคา

สรุป

Dermatology ไม่ใช่วิชาท่องจำล้วนๆ แต่คือการเรียงลำดับความคิด: ชนิดรอยโรค → การกระจาย → ประวัติ/ยา → sign เฉพาะโรค → การรักษา เมื่อจัดโรคเป็นกลุ่ม papulosquamous, bullous, infection, drug eruption, tumor และ systemic sign คุณจะเห็นว่าโรคที่ดูเยอะ ลดลงเหลือไม่กี่ pattern ที่ต้องแม่น ลองทำซ้ำสม่ำเสมอ แล้วข้อสอบผิวหนังจะกลายเป็นหมวดที่ทำคะแนนได้ง่ายที่สุดหมวดหนึ่ง

เริ่มฝึกสอบกับหมอรู้ได้เลย

ข้อสอบ MEQ + MCQ 3,000+ ข้อ + Long Case กับ AI — เริ่มต้นฟรี