เทคนิคสอบ·26 ตุลาคม 2569·อ่าน 5 นาที

เทคนิคจำ Gastroenterology ให้แม่น — แยกโรคทางเดินอาหารและตับได้ทุกข้อ

สรุปเทคนิคจำ Gastroenterology สำหรับสอบแพทย์ ครอบคลุม dysphagia, GI bleeding, ดีซ่าน, ตับแข็ง, ไวรัสตับอักเสบ, IBD พร้อมตารางเปรียบเทียบและกับดักข้อสอบ

Gastroenterology (GI) และโรคตับ เป็นหมวดที่ออกสอบแพทย์ทุกรอบ และมักมาในรูปโจทย์ผู้ป่วยที่ต้องวินิจฉัย แล้วเลือก การตรวจขั้นต่อไป หรือ การรักษาที่เหมาะสมที่สุด ปัญหาคือโรคในหมวดนี้มีอาการคล้ายกันมาก เช่น ปวดท้อง ถ่ายเหลว ตัวเหลือง อาเจียนเป็นเลือด ถ้าท่องเป็นรายโรคอย่างเดียวจะสับสนได้ง่าย

บทความนี้สรุปวิธีคิดแบบ "แยกตามอาการนำ → ตามด้วยตัวตัดสินในโจทย์ → ปิดด้วยการรักษา" พร้อมตารางเปรียบเทียบที่ออกสอบบ่อย เพื่อให้ทบทวนได้เร็วก่อนสอบ

1. กรอบคิดก่อนอ่านโจทย์ GI: เริ่มจากอาการนำ

แทนที่จะจำทีละโรค ให้จัดหมวดตามอาการนำก่อน แล้วค่อยใช้ข้อมูลเฉพาะ (อายุ ปัจจัยเสี่ยง lab ภาพถ่าย) ตัดตัวเลือก

  • กลืนลำบาก (dysphagia): แยกก่อนว่าเป็น oropharyngeal หรือ esophageal และเป็นอาหารแข็งอย่างเดียว (โครงสร้างตีบ/มะเร็ง) หรือทั้งแข็งและเหลว (motility)
  • เลือดออกทางเดินอาหาร: อาเจียนเป็นเลือด/ถ่ายดำ = ส่วนบน ส่วน hematochezia มักเป็นส่วนล่าง แต่ถ้าช็อกร่วมด้วยต้องนึกถึงเลือดออกส่วนบนปริมาณมาก
  • ดีซ่าน: แยก unconjugated vs conjugated และ hepatocellular vs cholestatic
  • ท้องเสีย: แยก acute vs chronic, inflammatory vs non-inflammatory, มีประวัติยาปฏิชีวนะหรือไม่
  • ปวดท้อง: ตำแหน่ง ลักษณะ และความสัมพันธ์กับมื้ออาหาร

2. หลอดอาหาร: Dysphagia และ GERD

โรคจุดจำการตรวจสำคัญ
Achalasiaกลืนลำบากทั้งของแข็งและเหลว สำรอกอาหารไม่ย่อย LES ไม่คลายตัวBarium: bird's beak; Manometry เป็น gold standard
Diffuse esophageal spasmเจ็บหน้าอกคล้าย angina กลืนลำบากเป็นพักๆBarium: corkscrew esophagus
Esophageal cancerกลืนอาหารแข็งก่อน น้ำหนักลดเร็ว ผู้สูบบุหรี่/ดื่มสุรา (SCC) หรือ Barrett (adenoca)EGD + biopsy
Zenker diverticulumกลิ่นปาก สำรอกอาหารเก่า ผู้สูงอายุBarium swallow
Eosinophilic esophagitisอาหารติด ผู้ป่วยมีภูมิแพ้Biopsy: eosinophil ≥15/hpf
Plummer-Vinsonหญิง + iron deficiency anemia + esophageal webBarium / EGD

กับดักข้อสอบ: ผู้ป่วยกลืนลำบากทั้งของแข็งและเหลวตั้งแต่เริ่มแรก ให้นึก motility disorder ก่อน แต่ถ้าสงสัย achalasia อายุมาก น้ำหนักลดเร็ว ต้องทำ EGD ก่อนเพื่อแยก pseudoachalasia จากมะเร็ง การรักษา achalasia ได้แก่ pneumatic dilation, Heller myotomy หรือ POEM

GERD และ Barrett: Barrett esophagus คือ columnar epithelium แบบ intestinal metaplasia (มี goblet cell) เสี่ยง adenocarcinoma ผู้ป่วยที่มี alarm features (กลืนลำบาก น้ำหนักลด ซีด อาเจียนเรื้อรัง อายุ >50 ปีเริ่มมีอาการใหม่) ต้องส่อง EGD ไม่ใช่ลองยาต่ออย่างเดียว

3. กระเพาะอาหาร: PUD และ H. pylori

  • Duodenal ulcer (DU): ปวดมากช่วง 2–3 ชั่วโมงหลังอาหารหรือกลางคืน ดีขึ้นเมื่อกินอาหาร พบ H. pylori มากที่สุด แทบไม่เป็นมะเร็ง
  • Gastric ulcer (GU): ปวดแย่ลงเมื่อกินอาหาร น้ำหนักลด ต้อง biopsy และส่องซ้ำเพื่อดูการหายของแผล เพราะอาจเป็นมะเร็ง
  • NSAID ulcer: หยุดยา + PPI ถ้าจำเป็นต้องใช้ต่อให้ใช้ PPI ร่วม
  • Zollinger-Ellison: แผลหลายตำแหน่ง/ตำแหน่งผิดปกติ (jejunum) ท้องเสีย ดื้อต่อการรักษา ตรวจ fasting gastrin และ gastric pH, สัมพันธ์กับ MEN1

การตรวจ H. pylori: Urea breath test หรือ stool antigen เป็นวิธี non-invasive ที่ใช้ยืนยันทั้งก่อนรักษาและหลังรักษา ต้องหยุด PPI อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนตรวจเพื่อกันผลลบลวง การรักษาเลือกสูตรตามแนวทางและอัตราดื้อยาในพื้นที่ (เช่น bismuth quadruple therapy หรือสูตรที่มี clarithromycin) ให้ครบ 14 วัน

4. เลือดออกทางเดินอาหาร: ลำดับการจัดการที่ต้องจำ

โจทย์ GI bleed ส่วนใหญ่ถามลำดับการดูแล ไม่ใช่แค่สาเหตุ ให้ท่อง "ABC → น้ำเกลือ/เลือด → ยา → ส่องกล้อง"

  1. ประเมิน ABC และให้สารน้ำ/เลือด (เป้าหมาย Hb ประมาณ 7 g/dL ด้วย restrictive strategy ยกเว้นมีโรคหัวใจ)
  2. PPI ทางหลอดเลือดดำ
  3. ส่อง EGD ภายใน 24 ชั่วโมงหลังผู้ป่วยคงที่
  4. ถ้าสงสัย variceal bleeding (ตับแข็ง) ให้ octreotide + ยาปฏิชีวนะ (เช่น ceftriaxone) + band ligation

ถ้าเลือดออกจาก varices ไม่หยุดหลังการส่องกล้อง ให้นึกถึง balloon tamponade เป็นการชั่วคราวและ TIPS เป็นการรักษาต่อเนื่อง ส่วน primary prophylaxis ในผู้ที่มี varices ขนาดกลาง–ใหญ่ ใช้ non-selective beta-blocker (propranolol, carvedilol) หรือ band ligation

สาเหตุเลือดออกส่วนล่างที่ควรแยก: diverticulosis (เลือดสดไม่ปวด ผู้สูงอายุ), angiodysplasia (ผู้สูงอายุ, aortic stenosis), colorectal cancer, ischemic colitis (ปวดท้องนำก่อน), hemorrhoids (เลือดสดติดกระดาษ/หยดหลังถ่าย), IBD

5. ดีซ่าน: แยกให้ได้ใน 3 ขั้น

ขั้นที่ 1: ดูว่าเป็น indirect หรือ direct bilirubin เด่น ขั้นที่ 2: ดู ALT/AST เทียบกับ ALP/GGT ขั้นที่ 3: ใช้อัลตราซาวด์ดูท่อน้ำดีขยายหรือไม่

กลุ่มLab เด่นตัวอย่างโรค
Pre-hepaticIndirect สูง, LFT ปกติHemolysis, Gilbert, Crigler-Najjar
HepatocellularALT/AST สูงมาก, bilirubin ผสมไวรัสตับอักเสบ, ยา/สุรา, AIH
CholestaticALP/GGT สูงเด่น, direct สูงนิ่ว CBD, มะเร็งตับอ่อน, PBC, PSC

Hereditary hyperbilirubinemia

  • Gilbert: indirect สูงตอนอดอาหาร/ป่วย ไม่ต้องรักษา
  • Crigler-Najjar: indirect สูงมากตั้งแต่แรกเกิด type I รุนแรงตอบสนองไม่ดีต่อ phenobarbital
  • Dubin-Johnson: direct สูง ตับสีดำ
  • Rotor: คล้าย Dubin-Johnson แต่ตับไม่ดำ

Cholestasis ที่ต้องแยก

  • PBC: หญิงวัยกลางคน คันมาก AMA บวก รักษาด้วย ursodeoxycholic acid
  • PSC: ชายหนุ่ม สัมพันธ์กับ UC, MRCP เห็น beading, เสี่ยง cholangiocarcinoma
  • Ascending cholangitis: Charcot triad (ไข้ ดีซ่าน ปวดท้องใต้ชายโครงขวา) และ Reynolds pentad (เพิ่มช็อกและซึม) ให้ยาปฏิชีวนะ + biliary drainage (ERCP)

6. โรคตับ: ไวรัสตับอักเสบและตับแข็ง

การแปลผล Hepatitis B serology

สถานะHBsAgAnti-HBsAnti-HBc
Acute infection+–IgM +
Window period––IgM +
Chronic infection+ (>6 เดือน)–IgG +
หายแล้ว (recovered)–+IgG +
ได้วัคซีน–+–

จุดจำ: "Anti-HBc คือร่องรอยการติดเชื้อจริง วัคซีนให้แค่ anti-HBs" ส่วน HAV และ HEV ติดทาง fecal-oral ไม่เป็นเรื้อรัง (ยกเว้น HEV ในผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำ) HEV อันตรายในหญิงตั้งครรภ์ ส่วน HCV เรื้อรังบ่อยและปัจจุบันรักษาหายได้ด้วย DAA

ภาวะแทรกซ้อนตับแข็ง

  • Ascites: SAAG ≥1.1 g/dL = portal hypertension; รักษาด้วยจำกัดเกลือ + spironolactone ± furosemide
  • SBP: น้ำในช่องท้องมี PMN ≥250 cells/mm³ รักษา ceftriaxone ร่วมกับ albumin และให้ prophylaxis ต่อในรายที่เคยเป็น
  • Hepatic encephalopathy: หา precipitant (เลือดออก ติดเชื้อ ท้องผูก ยาระงับประสาท electrolyte) รักษาด้วย lactulose ± rifaximin
  • Hepatorenal syndrome: Cr สูงในผู้ป่วยตับแข็งโดยไม่มีสาเหตุอื่น ตอบสนองต่อ albumin + vasoconstrictor (terlipressin) ไม่ดีต่อการให้น้ำอย่างเดียว
  • HCC: เฝ้าระวังด้วย ultrasound ± AFP ทุก 6 เดือนในผู้ป่วยตับแข็งและกลุ่ม HBV เสี่ยงสูง

โรคตับอื่นที่มักออกสอบ

  • Alcoholic hepatitis: AST:ALT ≈ 2:1, AST มักไม่เกิน 300–400, Maddrey DF ≥32 พิจารณา corticosteroid
  • Wilson disease: คนอายุน้อย ตับผิดปกติ + จิตประสาท, Kayser-Fleischer ring, ceruloplasmin ต่ำ
  • Hemochromatosis: ตับแข็ง เบาหวาน ผิวคล้ำ, ferritin และ transferrin saturation สูง, รักษาด้วย phlebotomy
  • Autoimmune hepatitis: หญิง ANA/ASMA บวก IgG สูง รักษา steroid ± azathioprine
  • Acute liver failure จาก paracetamol: ให้ N-acetylcysteine

7. ตับอ่อนและทางเดินน้ำดี

Acute pancreatitis วินิจฉัยเมื่อมี 2 ใน 3: ปวดท้องเหมาะสม, lipase/amylase ≥3 เท่าของค่าปกติ, ภาพถ่ายสอดคล้อง สาเหตุหลักคือ นิ่ว และ แอลกอฮอล์ รองลงมาคือ triglyceride >1,000 mg/dL, ยา, hypercalcemia, หลัง ERCP การรักษาหลักคือให้สารน้ำอย่างเหมาะสม (นิยม Ringer's lactate) ควบคุมความปวด และให้อาหารทางเดินอาหารเร็วที่สุดเท่าที่ทนได้ ยาปฏิชีวนะไม่ให้ป้องกันเป็นประจำ และทำ ERCP เร็วเฉพาะเมื่อมี cholangitis หรือท่อน้ำดีอุดตันต่อเนื่อง

ภาวะจุดจำ
Biliary colicปวดเป็นพักๆ <6 ชม. ไม่มีไข้ อัลตราซาวด์พบนิ่ว
Acute cholecystitisปวดนาน >6 ชม. ไข้ Murphy sign; ผ่าตัดเอาถุงน้ำดีออกเร็ว
CholedocholithiasisALP/bilirubin สูง CBD ขยาย ทำ ERCP/EUS/MRCP
CholangitisCharcot/Reynolds ให้ antibiotics + drainage
Pancreatic head cancerดีซ่านไม่ปวด, Courvoisier sign, น้ำหนักลด

8. ลำไส้: IBD, Celiac, IBS และมะเร็งลำไส้ใหญ่

หัวข้อCrohn diseaseUlcerative colitis
ตำแหน่งปากถึงทวาร มักเป็น terminal ileum, skip lesionsเริ่มที่ rectum ต่อเนื่องขึ้นไป
ความลึกTransmuralMucosa/submucosa
อาการเด่นปวดท้อง ท้องเสียเรื้อรัง fistula, strictureถ่ายเป็นมูกเลือด tenesmus
พยาธิสภาพGranuloma, cobblestoneCrypt abscess, pseudopolyp
AntibodyASCApANCA
บุหรี่แย่ลงลดความเสี่ยง
ภาวะแทรกซ้อนFistula, abscess, นิ่วไต, B12 ขาด (ileum)Toxic megacolon, PSC, มะเร็งลำไส้ใหญ่
ผ่าตัดไม่หายขาดColectomy รักษาให้หายได้

Celiac disease: ท้องเสียเรื้อรัง ไขมันในอุจจาระ ซีดจากขาดธาตุเหล็ก ผื่น dermatitis herpetiformis ตรวจ anti-tTG IgA (ต้องตรวจ total IgA ด้วย) ยืนยันด้วย duodenal biopsy ที่พบ villous atrophy รักษาด้วยการงด gluten ตลอดชีวิต

IBS: วินิจฉัยตาม Rome IV (ปวดท้องอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน ใน 3 เดือนที่ผ่านมา สัมพันธ์กับการถ่าย หรือความถี่/ลักษณะอุจจาระเปลี่ยน) ที่สำคัญคือ ไม่มี alarm features เช่น เลือดในอุจจาระ น้ำหนักลด ซีด อายุเริ่มมีอาการหลัง 50 ปี

C. difficile: ท้องเสียหลังได้ยาปฏิชีวนะ (clindamycin, cephalosporin, fluoroquinolone) ตรวจ toxin/ PCR รักษาด้วย oral vancomycin หรือ fidaxomicin ไม่ใช้ยาหยุดถ่าย

มะเร็งลำไส้ใหญ่และ polyposis syndromes

  • FAP: APC gene (5q) polyp นับร้อยถึงพัน ทำ prophylactic colectomy
  • Lynch syndrome: mismatch repair gene, มะเร็งลำไส้ใหญ่ข้างขวา และมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก เริ่มส่องกล้องอายุ 20–25 ปี ทุก 1–2 ปี
  • Peutz-Jeghers: จุดสีน้ำตาลที่ริมฝีปาก hamartomatous polyp
  • Screening ประชากรทั่วไป: เริ่มตามแนวทาง (ประมาณ 45–50 ปี) ด้วย FIT หรือ colonoscopy ผู้ที่ FIT บวกต้องส่อง colonoscopy ต่อ

9. เทคนิคทำข้อสอบ GI ให้แม่นขึ้น

  1. อ่านคำถามก่อนอ่านโจทย์: ถามวินิจฉัย ตรวจต่อ หรือรักษา คำตอบจะต่างกันมาก
  2. หา alarm features: น้ำหนักลด ซีด เลือดออก กลืนลำบาก ตัวเลือก "ส่องกล้อง" มักถูก
  3. ดูความคงที่ของผู้ป่วยก่อน: ถ้า unstable ต้อง resuscitate ก่อนทำหัตถการเสมอ
  4. จำคู่โรค-การตรวจ-ยา: เช่น PBC–AMA–UDCA, Wilson–ceruloplasmin–penicillamine/zinc, celiac–tTG–gluten-free
  5. ระวังคำว่า "ที่เหมาะสมที่สุด": หลายตัวเลือกถูก แต่ต้องเลือกตัวที่ทำก่อนหรือจำเพาะที่สุด

ทำซ้ำให้ชิน: ลองเริ่มจากชุดข้อสอบหมวด GI ที่ ระบบฝึกทำข้อสอบ เพื่อจับรูปแบบโจทย์ จากนั้นจำลองสนามจริงด้วย ชุดข้อสอบจำลอง และฝึกคิดแบบ clinical reasoning ต่อเนื่องจากเคสยาวที่ Long Case ถ้าต้องการวางแผนเรียนแบบเต็มรูปแบบ ดูแพ็กเกจที่เหมาะกับคุณได้ที่ หน้าราคา

สรุป

Gastroenterology ไม่ได้ยากเกินจำ ถ้าเริ่มจากอาการนำ แล้วใช้ตัวตัดสินสำคัญ เช่น SAAG, PMN ≥250, pattern ของ LFT, serology HBV, skip lesion vs continuous และ alarm features เมื่อเชื่อมกับลำดับการรักษาที่ถูกต้อง คุณจะตอบได้ทั้งข้อวินิจฉัยและข้อจัดการ ทบทวนตารางในบทความนี้ซ้ำ แล้วฝึกทำโจทย์จริงให้มากที่สุดก่อนสอบ

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเนื้อหาเพื่อการเตรียมสอบ การรักษาผู้ป่วยจริงควรอ้างอิงแนวทางเวชปฏิบัติล่าสุดและดุลยพินิจทางคลินิก

เริ่มฝึกสอบกับหมอรู้ได้เลย

ข้อสอบ MEQ + MCQ 3,000+ ข้อ + Long Case กับ AI — เริ่มต้นฟรี