เตรียมสอบ·11 ตุลาคม 2569·อ่าน 5 นาที

เทคนิคจำ Pediatrics ให้แม่น — แยกโรคเด็กได้ทุกข้อก่อนสอบแพทย์

สรุป Pediatrics สำหรับเตรียมสอบแพทย์ ทั้งพัฒนาการ วัคซีน ทารกแรกเกิด ไข้ออกผื่น หัวใจพิการ แต่กำเนิด และโรคทางเดินอาหารในเด็ก พร้อมตารางและเทคนิคจำ

เทคนิคจำ Pediatrics ให้แม่น — แยกโรคเด็กได้ทุกข้อก่อนสอบแพทย์

Pediatrics เป็นวิชาที่นักศึกษาแพทย์หลายคนรู้สึกว่า "กว้างและเยอะ" เพราะไม่ได้มีแค่โรคเยอะ แต่ อายุของผู้ป่วย เปลี่ยนการวินิจฉัย ค่าปกติ ขนาดยา และการรักษาไปทั้งหมด เด็กอาเจียนพุ่งที่อายุ 3 สัปดาห์ กับเด็กอายุ 8 เดือนที่ร้องไห้เป็นพักๆ มีอุจจาระปนเลือด คือคนละโรคกันอย่างสิ้นเชิง บทความนี้จะสรุปหัวข้อ high-yield ที่ออกสอบบ่อย พร้อมเทคนิคจำที่ช่วยแยกโรคได้เร็วขึ้น

1. คิดแบบกุมารแพทย์: "อายุ" คือ clue อันดับหนึ่ง

โจทย์ Pediatrics แทบทุกข้อให้อายุมาเป็นคำใบ้หลัก ก่อนอ่านอาการให้ถามตัวเองก่อนว่า "อายุนี้โรคอะไรพบบ่อย" แบ่งกลุ่มคร่าวๆ ได้ดังนี้

  • Neonate (0-28 วัน): sepsis, jaundice, RDS, NEC, congenital anomalies, duct-dependent heart lesion
  • Infant (1-12 เดือน): bronchiolitis, intussusception, pyloric stenosis (2-8 สัปดาห์), roseola, acute gastroenteritis
  • Toddler/Preschool (1-5 ปี): croup, febrile seizure (6 เดือน-5 ปี), foreign body aspiration, Kawasaki, HFMD
  • School age: asthma, nephrotic syndrome, acute glomerulonephritis หลังติดเชื้อ, appendicitis, rheumatic fever

2. พัฒนาการ (Developmental Milestones) ที่ต้องจำให้ได้

เป็นหัวข้อที่ออกสอบแทบทุกปี แนะนำให้จำแบบ "หลักไมล์สำคัญ" แล้วค่อยขยายออกไป

อายุGross motorFine motor / AdaptiveLanguage / Social
2 เดือนชันคอยกศีรษะได้ชั่วครู่ขณะนอนคว่ำมองตามผ่าน midlineยิ้มตอบ (social smile)
4 เดือนคอแข็ง พลิกคว่ำเอื้อมมือคว้าของหัวเราะเสียงดัง
6 เดือนพลิกคว่ำ-หงายได้ นั่งทรงตัวโดยมีที่พยุงส่งของข้ามมือเล่นเสียง ba-ba, เริ่มแยกคนแปลกหน้า
9 เดือนนั่งมั่นคง คลาน เกาะยืนจับของด้วยนิ้วหัวแม่มือ-นิ้วชี้ (pincer grasp)พูด mama/dada ไม่เจาะจง, โบกมือ
12 เดือนเกาะเดิน ยืนเองชั่วครู่ใส่ของลงภาชนะพูด mama/dada เจาะจง 1-2 คำ
18 เดือนเดินคล่อง วิ่งเริ่มได้ต่อก้อนไม้ 3-4 ก้อน, ขีดเส้นพูดได้ประมาณ 10-25 คำ
2 ปีวิ่ง เตะบอลต่อก้อนไม้ ~6 ก้อนพูดเป็นวลี 2 คำ
3 ปีปั่นสามล้อวาดวงกลมพูดเป็นประโยค 3-4 คำ
4-5 ปีกระโดดขาเดียววาดกากบาท (4 ปี), สี่เหลี่ยม (4-5 ปี), สามเหลี่ยม (5 ปี)เล่าเรื่อง เล่นกับเพื่อน

เทคนิคจำการวาดรูป: วงกลม 3 → กากบาท 4 → สี่เหลี่ยม 4-5 → สามเหลี่ยม 5 (รูปเรขาคณิตเพิ่มความซับซ้อนทีละ 1 ปี)

Red flags ที่ควรส่งประเมินเพิ่ม: ไม่ยิ้มตอบเมื่ออายุ 2-3 เดือน, ไม่นั่งเองเมื่อ 9 เดือน, ไม่เดินเองเมื่อ 18 เดือน, ไม่พูดคำที่มีความหมายเมื่อ 16 เดือน, ไม่พูดวลี 2 คำเมื่อ 2 ปี และ การสูญเสียทักษะที่เคยทำได้ (regression) ซึ่งต้องนึกถึง autism spectrum disorder, Rett syndrome หรือโรคเมตาบอลิก/ประสาทที่เสื่อมถอย

3. การเจริญเติบโตและโภชนาการ

  • น้ำหนัก: แรกเกิดประมาณ 3 กก., เป็น 2 เท่าที่ 5 เดือน, 3 เท่าที่ 1 ปี
  • ความยาว/ส่วนสูง: แรกเกิด ~50 ซม., 1 ปี ~75 ซม., 4 ปี ~100 ซม.
  • นมแม่อย่างเดียว 6 เดือน แล้วเริ่มอาหารตามวัยควบคู่ไปกับนมแม่
  • Maintenance fluid (4-2-1 rule): 4 มล./กก./ชม. สำหรับ 10 กก.แรก + 2 มล./กก./ชม. สำหรับ 10 กก.ถัดไป + 1 มล./กก./ชม. สำหรับน้ำหนักที่เกิน 20 กก.

ข้อสอบมักถามเรื่อง failure to thrive และ short stature โดยให้แยกระหว่าง familial short stature, constitutional delay (กระดูกช้ากว่าอายุจริง โตตามทีหลัง) และ pathologic เช่น growth hormone deficiency, hypothyroidism, Turner syndrome

4. วัคซีน: จำเป็นเรื่อง "อายุที่ฉีด" และ "ข้อห้าม"

ตารางวัคซีนพื้นฐานของไทย (EPI) มีการปรับปรุงเป็นระยะ ควรตรวจสอบตารางล่าสุดจากกรมควบคุมโรคและราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ก่อนสอบทุกครั้ง หลักที่ควรจำ:

  • แรกเกิด: BCG, Hepatitis B
  • 2, 4, 6 เดือน: DTP-HB-Hib (วัคซีนรวม) และโปลิโอตามตาราง
  • 9-12 เดือน: MMR เข็มแรก (เข็มที่ 2 ที่ 2 ปีครึ่ง), JE เริ่มที่ 1 ปี
  • กระตุ้น: DTP และโปลิโอที่ 1 ปีครึ่ง และ 4 ปี

วัคซีนเชื้อเป็น (live attenuated): BCG, MMR, varicella, OPV, LAJE, rotavirus → ห้ามหรือระวังใน ผู้ที่ภูมิคุ้มกันบกพร่องรุนแรง และสตรีตั้งครรภ์ ส่วน ข้อห้ามจริงๆ ของทุกวัคซีน คือ anaphylaxis ต่อวัคซีนหรือส่วนประกอบเดิม ส่วนไข้ต่ำๆ หรือหวัดเล็กน้อยไม่ใช่ข้อห้าม

5. Neonatology: เรื่องที่ออกสอบบ่อยที่สุด

5.1 ภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิด

ชนิดเวลาที่พบจุดสำคัญ
Pathologic jaundiceเหลืองภายใน 24 ชม.แรกนึกถึง hemolysis: ABO/Rh incompatibility, G6PD deficiency, sepsis
Physiologic jaundiceวันที่ 2-3 สูงสุดวันที่ 4-5 (term)หายเองใน 1-2 สัปดาห์ ไม่มี hemolysis
Breastfeeding jaundiceสัปดาห์แรกได้นมไม่พอ → ปรับการให้นม
Breast milk jaundiceหลังสัปดาห์แรก อาจนาน 4-12 สัปดาห์เด็กสบายดี น้ำหนักขึ้นดี ไม่ต้องหยุดนมแม่เป็นส่วนใหญ่
Direct hyperbilirubinemiaเหลืองเกิน 2 สัปดาห์ต้องนึกถึง biliary atresia อุจจาระซีด ตับโต → ผ่าตัด Kasai ให้ทันก่อนอายุ 60 วัน

การให้ phototherapy หรือ exchange transfusion ตัดสินจากระดับบิลิรูบินเทียบกับ อายุเป็นชั่วโมงและปัจจัยเสี่ยง (nomogram) ไม่ใช่ตัวเลขเดียวตายตัว ภาวะแทรกซ้อนสำคัญคือ bilirubin encephalopathy (kernicterus)

5.2 ปัญหาระบบหายใจและทางเดินอาหารของทารกแรกเกิด

  • RDS: พบในทารกคลอดก่อนกำหนด ขาด surfactant, CXR ground-glass และ air bronchogram → surfactant + respiratory support, ป้องกันด้วยการให้ antenatal corticosteroid
  • TTN: คลอดครบกำหนด/ผ่าคลอด หอบใน 2-6 ชม.แรก CXR มี fluid ในร่องปอด ดีขึ้นใน 24-72 ชม.
  • Meconium aspiration: ทารกคลอดเกินกำหนด น้ำคร่ำมีขี้เทา CXR hyperinflation เป็นหย่อมๆ
  • NEC: ทารกคลอดก่อนกำหนด ท้องอืด อุจจาระเลือด X-ray พบ pneumatosis intestinalis ถ้ามี free air ต้องผ่าตัด
  • Neonatal sepsis: early-onset (<72 ชม.) เชื้อ GBS, E. coli, Listeria; ให้ ampicillin + gentamicin (หรือ cefotaxime ถ้าสงสัยเยื่อหุ้มสมองอักเสบ)

6. โรคทางเดินหายใจในเด็ก

โรคอายุ/เชื้อClueการรักษา
Croup6 เดือน-3 ปี, parainfluenzaไอเสียงก้อง (barking), stridor, steeple signDexamethasone; nebulized epinephrine ถ้า stridor ขณะพัก
Epiglottitis2-6 ปี, Hib (ลดลงมากหลังมีวัคซีน)ไข้สูง น้ำลายไหล นั่งโน้มตัวไปข้างหน้า thumb signรักษาทางเดินหายใจก่อน (intubation) + ceftriaxone ห้ามใช้ไม้กดลิ้นตรวจ
Bronchiolitis<2 ปี, RSVwheeze, crackles, หายใจเร็ว ในฤดูฝน/เย็นSupportive: O2, hydration; ไม่แนะนำ steroid/bronchodilator ตามปกติ
PertussisBordetella pertussisไอเป็นชุด (paroxysm) + whoop, lymphocytosisMacrolide
Foreign body1-3 ปีสำลักเฉียบพลัน wheeze ข้างเดียว, air trappingBronchoscopy

7. ไข้ออกผื่นในเด็ก (Exanthems) — จำด้วย "ผื่นขึ้นตอนไหน"

  • Measles: ไข้สูง 3 C (cough, coryza, conjunctivitis), Koplik spots, ผื่นเริ่มจากหน้าลงล่าง; ให้ vitamin A
  • Rubella: ผื่นอ่อนๆ, ต่อมน้ำเหลืองหลังหู/ท้ายทอยโต; อันตรายในหญิงตั้งครรภ์ (congenital rubella)
  • Roseola (HHV-6): ไข้สูง 3 วัน แล้ว ผื่นขึ้นหลังไข้ลง เด็กดูสบายดี; ภาวะแทรกซ้อนคือ febrile seizure
  • Erythema infectiosum (Parvovirus B19): slapped cheek → lacy rash; ระวังใน sickle cell/hemolytic anemia (aplastic crisis) และ hydrops fetalis
  • Scarlet fever (GAS): sandpaper rash, strawberry tongue, Pastia lines; รักษาด้วย penicillin เพื่อป้องกัน rheumatic fever
  • HFMD: Coxsackie A16 และ EV71; แผลในปากและตุ่มที่ฝ่ามือฝ่าเท้า; EV71 เสี่ยงต่อ brainstem encephalitis และ pulmonary edema

Kawasaki disease: ต้องจำเกณฑ์ให้ได้

ไข้ ≥ 5 วัน + อย่างน้อย 4 ใน 5 ข้อ: (1) เยื่อบุตาอักเสบแบบไม่มีหนอง (2) ริมฝีปากแดงแตก/strawberry tongue (3) มือเท้าบวมแดง ต่อมาลอกที่ปลายนิ้ว (4) ผื่นหลายรูปแบบ (5) ต่อมน้ำเหลืองคอโต > 1.5 ซม. ภาวะแทรกซ้อนสำคัญคือ coronary artery aneurysm การรักษาคือ IVIG 2 g/kg ภายใน 10 วันแรก + aspirin และทำ echocardiography ติดตามเสมอ

Dengue ในเด็ก (ออกสอบบ่อยในไทย)

ระยะ febrile → critical → recovery ช่วงวิกฤตคือช่วงไข้ลง (วันที่ 3-7) มี plasma leakage: Hct สูงขึ้น, ความดันชีพจรแคบ (pulse pressure ≤ 20 mmHg), เกล็ดเลือดต่ำ การดูแลหลักคือการให้สารน้ำอย่างเหมาะสมตามระยะ และเฝ้าระวังภาวะช็อก หลีกเลี่ยง NSAIDs/aspirin ให้ใช้ paracetamol

8. โรคทางเดินอาหารและศัลยกรรมเด็ก: จับคู่ "อายุ + อาเจียน"

โรคClueInvestigation / Treatment
Pyloric stenosisอายุ 2-8 สัปดาห์ อาเจียนพุ่ง ไม่มีน้ำดี หิวตลอด คลำได้ก้อน oliveMetabolic alkalosis ที่มี hypochloremia + hypokalemia; US; แก้ไขสารน้ำ/อิเล็กโทรไลต์ก่อน แล้ว pyloromyotomy
Malrotation with volvulusอาเจียนเป็นน้ำดี ในทารกแรกเกิดUpper GI series (corkscrew sign) → Ladd procedure ฉุกเฉิน
Intussusception6 เดือน-3 ปี ร้องไห้เป็นพักๆ ดึงขาขึ้น อุจจาระ currant jelly ก้อนที่ท้องรูปไส้กรอกUS: target sign; รักษาด้วย air/hydrostatic enema ผ่าตัดถ้า peritonitis หรือ perforation
Hirschsprungไม่ถ่ายขี้เทาภายใน 48 ชม. ท้องอืด สัมพันธ์กับ Down syndromeRectal suction biopsy (ไม่พบ ganglion cells); ระวัง enterocolitis
Duodenal atresiaDouble bubble sign, สัมพันธ์กับ Down syndromeผ่าตัด

Acute gastroenteritis และภาวะขาดน้ำ

ประเมินความรุนแรงจากอาการทางคลินิก: เด็กที่ขาดน้ำน้อย-ปานกลางให้ ORS เป็นหลัก; ขาดน้ำรุนแรง/ช็อกให้ isotonic crystalloid (NSS หรือ Ringer's lactate) 20 มล./กก. ทางหลอดเลือดดำอย่างรวดเร็ว ไม่แนะนำยาหยุดถ่ายเป็นประจำ ให้ zinc ได้ในเด็กที่ท้องร่วง

9. โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด: แบ่งตามสี

  • Acyanotic (left-to-right shunt): VSD (พบบ่อยที่สุด, pansystolic murmur ที่ LLSB), ASD (wide fixed split S2), PDA (continuous machinery murmur; ปิดด้วย indomethacin/ibuprofen ในทารกคลอดก่อนกำหนด)
  • Cyanotic "5 T": Tetralogy of Fallot, Transposition of great arteries, Truncus arteriosus, Total anomalous pulmonary venous return, Tricuspid atresia

TOF: ประกอบด้วย VSD, pulmonary stenosis, overriding aorta, RVH; CXR boot-shaped heart; เด็กนั่งยองๆ (squatting) เพื่อเพิ่ม SVR; tet spell รักษาด้วยท่า knee-chest, oxygen, morphine, สารน้ำ, propranolol/phenylephrine

TGA: cyanosis ตั้งแต่แรกเกิด CXR "egg on a string" ต้องให้ prostaglandin E1 เพื่อคงท่อ ductus arteriosus ไว้ระหว่างรอผ่าตัด (arterial switch)

10. เทคนิคทำข้อสอบ Pediatrics ให้ได้คะแนน

  1. ขีดเส้นใต้อายุก่อนอ่านต่อ แล้วเรียก differential จากอายุ
  2. เปรียบเทียบโรคที่คล้ายกัน ในตารางเดียว เช่น croup vs epiglottitis, pyloric stenosis vs malrotation
  3. จำ "next best step" เช่น epiglottitis ต้อง secure airway ก่อน, ขาดน้ำรุนแรงต้อง bolus ก่อน
  4. ใช้ขนาดยาต่อน้ำหนัก ฝึกคำนวณ mg/kg เป็นประจำ ข้อสอบชอบถามเรื่องนี้
  5. ทำโจทย์เป็นชุด หลังอ่านทฤษฎีทันที เพื่อให้เห็นรูปแบบคำถามจริง

หลังอ่านสรุปนี้ ลองทดสอบความเข้าใจด้วยข้อสอบจำลองที่ ระบบฝึกทำโจทย์ของหมอรู้ และเลือกชุดข้อสอบเต็มรูปแบบได้ที่ หน้าข้อสอบ หากต้องการฝึกคิดแบบ clinical reasoning กับเคสผู้ป่วยเด็กจริง ลองดู Long Case และเปรียบเทียบแพ็กเกจการเรียนได้ที่ หน้า Pricing

สรุป

Pediatrics ไม่ได้ยากเกินไป ถ้าจัดระเบียบความรู้ตาม อายุ + อาการเด่น + ตัวตัดสิน เริ่มจากพัฒนาการ วัคซีน และ neonatology ซึ่งออกสอบถี่ที่สุด จากนั้นเพิ่มกลุ่มโรคติดเชื้อ ไข้ออกผื่น หัวใจ และทางเดินอาหาร ทบทวนด้วยตารางเปรียบเทียบและฝึกทำโจทย์สม่ำเสมอ คุณจะแยกโรคเด็กได้เร็วและแม่นยำขึ้นอย่างชัดเจน ขอให้โชคดีกับการสอบ

หมายเหตุ: ข้อมูลเป็นการสรุปเพื่อการเตรียมสอบ ตารางวัคซีนและแนวทางการรักษาอาจมีการปรับปรุง ควรตรวจสอบกับแนวปฏิบัติล่าสุดเสมอ

เริ่มฝึกสอบกับหมอรู้ได้เลย

ข้อสอบ MEQ + MCQ 3,000+ ข้อ + Long Case กับ AI — เริ่มต้นฟรี