Pediatrics เป็นวิชาที่นักศึกษาแพทย์หลายคนรู้สึกว่า "กว้างและเยอะ" เพราะไม่ได้มีแค่โรคเยอะ แต่ อายุของผู้ป่วย เปลี่ยนการวินิจฉัย ค่าปกติ ขนาดยา และการรักษาไปทั้งหมด เด็กอาเจียนพุ่งที่อายุ 3 สัปดาห์ กับเด็กอายุ 8 เดือนที่ร้องไห้เป็นพักๆ มีอุจจาระปนเลือด คือคนละโรคกันอย่างสิ้นเชิง บทความนี้จะสรุปหัวข้อ high-yield ที่ออกสอบบ่อย พร้อมเทคนิคจำที่ช่วยแยกโรคได้เร็วขึ้น
1. คิดแบบกุมารแพทย์: "อายุ" คือ clue อันดับหนึ่ง
โจทย์ Pediatrics แทบทุกข้อให้อายุมาเป็นคำใบ้หลัก ก่อนอ่านอาการให้ถามตัวเองก่อนว่า "อายุนี้โรคอะไรพบบ่อย" แบ่งกลุ่มคร่าวๆ ได้ดังนี้
- Neonate (0-28 วัน): sepsis, jaundice, RDS, NEC, congenital anomalies, duct-dependent heart lesion
- Infant (1-12 เดือน): bronchiolitis, intussusception, pyloric stenosis (2-8 สัปดาห์), roseola, acute gastroenteritis
- Toddler/Preschool (1-5 ปี): croup, febrile seizure (6 เดือน-5 ปี), foreign body aspiration, Kawasaki, HFMD
- School age: asthma, nephrotic syndrome, acute glomerulonephritis หลังติดเชื้อ, appendicitis, rheumatic fever
2. พัฒนาการ (Developmental Milestones) ที่ต้องจำให้ได้
เป็นหัวข้อที่ออกสอบแทบทุกปี แนะนำให้จำแบบ "หลักไมล์สำคัญ" แล้วค่อยขยายออกไป
| อายุ | Gross motor | Fine motor / Adaptive | Language / Social |
|---|---|---|---|
| 2 เดือน | ชันคอยกศีรษะได้ชั่วครู่ขณะนอนคว่ำ | มองตามผ่าน midline | ยิ้มตอบ (social smile) |
| 4 เดือน | คอแข็ง พลิกคว่ำ | เอื้อมมือคว้าของ | หัวเราะเสียงดัง |
| 6 เดือน | พลิกคว่ำ-หงายได้ นั่งทรงตัวโดยมีที่พยุง | ส่งของข้ามมือ | เล่นเสียง ba-ba, เริ่มแยกคนแปลกหน้า |
| 9 เดือน | นั่งมั่นคง คลาน เกาะยืน | จับของด้วยนิ้วหัวแม่มือ-นิ้วชี้ (pincer grasp) | พูด mama/dada ไม่เจาะจง, โบกมือ |
| 12 เดือน | เกาะเดิน ยืนเองชั่วครู่ | ใส่ของลงภาชนะ | พูด mama/dada เจาะจง 1-2 คำ |
| 18 เดือน | เดินคล่อง วิ่งเริ่มได้ | ต่อก้อนไม้ 3-4 ก้อน, ขีดเส้น | พูดได้ประมาณ 10-25 คำ |
| 2 ปี | วิ่ง เตะบอล | ต่อก้อนไม้ ~6 ก้อน | พูดเป็นวลี 2 คำ |
| 3 ปี | ปั่นสามล้อ | วาดวงกลม | พูดเป็นประโยค 3-4 คำ |
| 4-5 ปี | กระโดดขาเดียว | วาดกากบาท (4 ปี), สี่เหลี่ยม (4-5 ปี), สามเหลี่ยม (5 ปี) | เล่าเรื่อง เล่นกับเพื่อน |
เทคนิคจำการวาดรูป: วงกลม 3 → กากบาท 4 → สี่เหลี่ยม 4-5 → สามเหลี่ยม 5 (รูปเรขาคณิตเพิ่มความซับซ้อนทีละ 1 ปี)
Red flags ที่ควรส่งประเมินเพิ่ม: ไม่ยิ้มตอบเมื่ออายุ 2-3 เดือน, ไม่นั่งเองเมื่อ 9 เดือน, ไม่เดินเองเมื่อ 18 เดือน, ไม่พูดคำที่มีความหมายเมื่อ 16 เดือน, ไม่พูดวลี 2 คำเมื่อ 2 ปี และ การสูญเสียทักษะที่เคยทำได้ (regression) ซึ่งต้องนึกถึง autism spectrum disorder, Rett syndrome หรือโรคเมตาบอลิก/ประสาทที่เสื่อมถอย
3. การเจริญเติบโตและโภชนาการ
- น้ำหนัก: แรกเกิดประมาณ 3 กก., เป็น 2 เท่าที่ 5 เดือน, 3 เท่าที่ 1 ปี
- ความยาว/ส่วนสูง: แรกเกิด ~50 ซม., 1 ปี ~75 ซม., 4 ปี ~100 ซม.
- นมแม่อย่างเดียว 6 เดือน แล้วเริ่มอาหารตามวัยควบคู่ไปกับนมแม่
- Maintenance fluid (4-2-1 rule): 4 มล./กก./ชม. สำหรับ 10 กก.แรก + 2 มล./กก./ชม. สำหรับ 10 กก.ถัดไป + 1 มล./กก./ชม. สำหรับน้ำหนักที่เกิน 20 กก.
ข้อสอบมักถามเรื่อง failure to thrive และ short stature โดยให้แยกระหว่าง familial short stature, constitutional delay (กระดูกช้ากว่าอายุจริง โตตามทีหลัง) และ pathologic เช่น growth hormone deficiency, hypothyroidism, Turner syndrome
4. วัคซีน: จำเป็นเรื่อง "อายุที่ฉีด" และ "ข้อห้าม"
ตารางวัคซีนพื้นฐานของไทย (EPI) มีการปรับปรุงเป็นระยะ ควรตรวจสอบตารางล่าสุดจากกรมควบคุมโรคและราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ก่อนสอบทุกครั้ง หลักที่ควรจำ:
- แรกเกิด: BCG, Hepatitis B
- 2, 4, 6 เดือน: DTP-HB-Hib (วัคซีนรวม) และโปลิโอตามตาราง
- 9-12 เดือน: MMR เข็มแรก (เข็มที่ 2 ที่ 2 ปีครึ่ง), JE เริ่มที่ 1 ปี
- กระตุ้น: DTP และโปลิโอที่ 1 ปีครึ่ง และ 4 ปี
วัคซีนเชื้อเป็น (live attenuated): BCG, MMR, varicella, OPV, LAJE, rotavirus → ห้ามหรือระวังใน ผู้ที่ภูมิคุ้มกันบกพร่องรุนแรง และสตรีตั้งครรภ์ ส่วน ข้อห้ามจริงๆ ของทุกวัคซีน คือ anaphylaxis ต่อวัคซีนหรือส่วนประกอบเดิม ส่วนไข้ต่ำๆ หรือหวัดเล็กน้อยไม่ใช่ข้อห้าม
5. Neonatology: เรื่องที่ออกสอบบ่อยที่สุด
5.1 ภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิด
| ชนิด | เวลาที่พบ | จุดสำคัญ |
|---|---|---|
| Pathologic jaundice | เหลืองภายใน 24 ชม.แรก | นึกถึง hemolysis: ABO/Rh incompatibility, G6PD deficiency, sepsis |
| Physiologic jaundice | วันที่ 2-3 สูงสุดวันที่ 4-5 (term) | หายเองใน 1-2 สัปดาห์ ไม่มี hemolysis |
| Breastfeeding jaundice | สัปดาห์แรก | ได้นมไม่พอ → ปรับการให้นม |
| Breast milk jaundice | หลังสัปดาห์แรก อาจนาน 4-12 สัปดาห์ | เด็กสบายดี น้ำหนักขึ้นดี ไม่ต้องหยุดนมแม่เป็นส่วนใหญ่ |
| Direct hyperbilirubinemia | เหลืองเกิน 2 สัปดาห์ | ต้องนึกถึง biliary atresia อุจจาระซีด ตับโต → ผ่าตัด Kasai ให้ทันก่อนอายุ 60 วัน |
การให้ phototherapy หรือ exchange transfusion ตัดสินจากระดับบิลิรูบินเทียบกับ อายุเป็นชั่วโมงและปัจจัยเสี่ยง (nomogram) ไม่ใช่ตัวเลขเดียวตายตัว ภาวะแทรกซ้อนสำคัญคือ bilirubin encephalopathy (kernicterus)
5.2 ปัญหาระบบหายใจและทางเดินอาหารของทารกแรกเกิด
- RDS: พบในทารกคลอดก่อนกำหนด ขาด surfactant, CXR ground-glass และ air bronchogram → surfactant + respiratory support, ป้องกันด้วยการให้ antenatal corticosteroid
- TTN: คลอดครบกำหนด/ผ่าคลอด หอบใน 2-6 ชม.แรก CXR มี fluid ในร่องปอด ดีขึ้นใน 24-72 ชม.
- Meconium aspiration: ทารกคลอดเกินกำหนด น้ำคร่ำมีขี้เทา CXR hyperinflation เป็นหย่อมๆ
- NEC: ทารกคลอดก่อนกำหนด ท้องอืด อุจจาระเลือด X-ray พบ pneumatosis intestinalis ถ้ามี free air ต้องผ่าตัด
- Neonatal sepsis: early-onset (<72 ชม.) เชื้อ GBS, E. coli, Listeria; ให้ ampicillin + gentamicin (หรือ cefotaxime ถ้าสงสัยเยื่อหุ้มสมองอักเสบ)
6. โรคทางเดินหายใจในเด็ก
| โรค | อายุ/เชื้อ | Clue | การรักษา |
|---|---|---|---|
| Croup | 6 เดือน-3 ปี, parainfluenza | ไอเสียงก้อง (barking), stridor, steeple sign | Dexamethasone; nebulized epinephrine ถ้า stridor ขณะพัก |
| Epiglottitis | 2-6 ปี, Hib (ลดลงมากหลังมีวัคซีน) | ไข้สูง น้ำลายไหล นั่งโน้มตัวไปข้างหน้า thumb sign | รักษาทางเดินหายใจก่อน (intubation) + ceftriaxone ห้ามใช้ไม้กดลิ้นตรวจ |
| Bronchiolitis | <2 ปี, RSV | wheeze, crackles, หายใจเร็ว ในฤดูฝน/เย็น | Supportive: O2, hydration; ไม่แนะนำ steroid/bronchodilator ตามปกติ |
| Pertussis | Bordetella pertussis | ไอเป็นชุด (paroxysm) + whoop, lymphocytosis | Macrolide |
| Foreign body | 1-3 ปี | สำลักเฉียบพลัน wheeze ข้างเดียว, air trapping | Bronchoscopy |
7. ไข้ออกผื่นในเด็ก (Exanthems) — จำด้วย "ผื่นขึ้นตอนไหน"
- Measles: ไข้สูง 3 C (cough, coryza, conjunctivitis), Koplik spots, ผื่นเริ่มจากหน้าลงล่าง; ให้ vitamin A
- Rubella: ผื่นอ่อนๆ, ต่อมน้ำเหลืองหลังหู/ท้ายทอยโต; อันตรายในหญิงตั้งครรภ์ (congenital rubella)
- Roseola (HHV-6): ไข้สูง 3 วัน แล้ว ผื่นขึ้นหลังไข้ลง เด็กดูสบายดี; ภาวะแทรกซ้อนคือ febrile seizure
- Erythema infectiosum (Parvovirus B19): slapped cheek → lacy rash; ระวังใน sickle cell/hemolytic anemia (aplastic crisis) และ hydrops fetalis
- Scarlet fever (GAS): sandpaper rash, strawberry tongue, Pastia lines; รักษาด้วย penicillin เพื่อป้องกัน rheumatic fever
- HFMD: Coxsackie A16 และ EV71; แผลในปากและตุ่มที่ฝ่ามือฝ่าเท้า; EV71 เสี่ยงต่อ brainstem encephalitis และ pulmonary edema
Kawasaki disease: ต้องจำเกณฑ์ให้ได้
ไข้ ≥ 5 วัน + อย่างน้อย 4 ใน 5 ข้อ: (1) เยื่อบุตาอักเสบแบบไม่มีหนอง (2) ริมฝีปากแดงแตก/strawberry tongue (3) มือเท้าบวมแดง ต่อมาลอกที่ปลายนิ้ว (4) ผื่นหลายรูปแบบ (5) ต่อมน้ำเหลืองคอโต > 1.5 ซม. ภาวะแทรกซ้อนสำคัญคือ coronary artery aneurysm การรักษาคือ IVIG 2 g/kg ภายใน 10 วันแรก + aspirin และทำ echocardiography ติดตามเสมอ
Dengue ในเด็ก (ออกสอบบ่อยในไทย)
ระยะ febrile → critical → recovery ช่วงวิกฤตคือช่วงไข้ลง (วันที่ 3-7) มี plasma leakage: Hct สูงขึ้น, ความดันชีพจรแคบ (pulse pressure ≤ 20 mmHg), เกล็ดเลือดต่ำ การดูแลหลักคือการให้สารน้ำอย่างเหมาะสมตามระยะ และเฝ้าระวังภาวะช็อก หลีกเลี่ยง NSAIDs/aspirin ให้ใช้ paracetamol
8. โรคทางเดินอาหารและศัลยกรรมเด็ก: จับคู่ "อายุ + อาเจียน"
| โรค | Clue | Investigation / Treatment |
|---|---|---|
| Pyloric stenosis | อายุ 2-8 สัปดาห์ อาเจียนพุ่ง ไม่มีน้ำดี หิวตลอด คลำได้ก้อน olive | Metabolic alkalosis ที่มี hypochloremia + hypokalemia; US; แก้ไขสารน้ำ/อิเล็กโทรไลต์ก่อน แล้ว pyloromyotomy |
| Malrotation with volvulus | อาเจียนเป็นน้ำดี ในทารกแรกเกิด | Upper GI series (corkscrew sign) → Ladd procedure ฉุกเฉิน |
| Intussusception | 6 เดือน-3 ปี ร้องไห้เป็นพักๆ ดึงขาขึ้น อุจจาระ currant jelly ก้อนที่ท้องรูปไส้กรอก | US: target sign; รักษาด้วย air/hydrostatic enema ผ่าตัดถ้า peritonitis หรือ perforation |
| Hirschsprung | ไม่ถ่ายขี้เทาภายใน 48 ชม. ท้องอืด สัมพันธ์กับ Down syndrome | Rectal suction biopsy (ไม่พบ ganglion cells); ระวัง enterocolitis |
| Duodenal atresia | Double bubble sign, สัมพันธ์กับ Down syndrome | ผ่าตัด |
Acute gastroenteritis และภาวะขาดน้ำ
ประเมินความรุนแรงจากอาการทางคลินิก: เด็กที่ขาดน้ำน้อย-ปานกลางให้ ORS เป็นหลัก; ขาดน้ำรุนแรง/ช็อกให้ isotonic crystalloid (NSS หรือ Ringer's lactate) 20 มล./กก. ทางหลอดเลือดดำอย่างรวดเร็ว ไม่แนะนำยาหยุดถ่ายเป็นประจำ ให้ zinc ได้ในเด็กที่ท้องร่วง
9. โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด: แบ่งตามสี
- Acyanotic (left-to-right shunt): VSD (พบบ่อยที่สุด, pansystolic murmur ที่ LLSB), ASD (wide fixed split S2), PDA (continuous machinery murmur; ปิดด้วย indomethacin/ibuprofen ในทารกคลอดก่อนกำหนด)
- Cyanotic "5 T": Tetralogy of Fallot, Transposition of great arteries, Truncus arteriosus, Total anomalous pulmonary venous return, Tricuspid atresia
TOF: ประกอบด้วย VSD, pulmonary stenosis, overriding aorta, RVH; CXR boot-shaped heart; เด็กนั่งยองๆ (squatting) เพื่อเพิ่ม SVR; tet spell รักษาด้วยท่า knee-chest, oxygen, morphine, สารน้ำ, propranolol/phenylephrine
TGA: cyanosis ตั้งแต่แรกเกิด CXR "egg on a string" ต้องให้ prostaglandin E1 เพื่อคงท่อ ductus arteriosus ไว้ระหว่างรอผ่าตัด (arterial switch)
10. เทคนิคทำข้อสอบ Pediatrics ให้ได้คะแนน
- ขีดเส้นใต้อายุก่อนอ่านต่อ แล้วเรียก differential จากอายุ
- เปรียบเทียบโรคที่คล้ายกัน ในตารางเดียว เช่น croup vs epiglottitis, pyloric stenosis vs malrotation
- จำ "next best step" เช่น epiglottitis ต้อง secure airway ก่อน, ขาดน้ำรุนแรงต้อง bolus ก่อน
- ใช้ขนาดยาต่อน้ำหนัก ฝึกคำนวณ mg/kg เป็นประจำ ข้อสอบชอบถามเรื่องนี้
- ทำโจทย์เป็นชุด หลังอ่านทฤษฎีทันที เพื่อให้เห็นรูปแบบคำถามจริง
หลังอ่านสรุปนี้ ลองทดสอบความเข้าใจด้วยข้อสอบจำลองที่ ระบบฝึกทำโจทย์ของหมอรู้ และเลือกชุดข้อสอบเต็มรูปแบบได้ที่ หน้าข้อสอบ หากต้องการฝึกคิดแบบ clinical reasoning กับเคสผู้ป่วยเด็กจริง ลองดู Long Case และเปรียบเทียบแพ็กเกจการเรียนได้ที่ หน้า Pricing
สรุป
Pediatrics ไม่ได้ยากเกินไป ถ้าจัดระเบียบความรู้ตาม อายุ + อาการเด่น + ตัวตัดสิน เริ่มจากพัฒนาการ วัคซีน และ neonatology ซึ่งออกสอบถี่ที่สุด จากนั้นเพิ่มกลุ่มโรคติดเชื้อ ไข้ออกผื่น หัวใจ และทางเดินอาหาร ทบทวนด้วยตารางเปรียบเทียบและฝึกทำโจทย์สม่ำเสมอ คุณจะแยกโรคเด็กได้เร็วและแม่นยำขึ้นอย่างชัดเจน ขอให้โชคดีกับการสอบ
หมายเหตุ: ข้อมูลเป็นการสรุปเพื่อการเตรียมสอบ ตารางวัคซีนและแนวทางการรักษาอาจมีการปรับปรุง ควรตรวจสอบกับแนวปฏิบัติล่าสุดเสมอ
