ความรู้ทั่วไป·15 ตุลาคม 2569·อ่าน 5 นาที

เทคนิคจำ Psychiatry ให้แม่น — แยกโรคจิตเวชได้ทุกข้อก่อนสอบแพทย์

สรุปจิตเวชสำหรับเตรียมสอบแพทย์ แยก Schizophrenia, Bipolar, MDD, Anxiety, สารเสพติด, EPS, NMS vs Serotonin syndrome พร้อมตารางและเทคนิคจำที่ใช้ได้จริง

เทคนิคจำ Psychiatry ให้แม่น — แยกโรคจิตเวชได้ทุกข้อก่อนสอบแพทย์

จิตเวชเป็นวิชาที่นักศึกษาแพทย์หลายคนรู้สึกว่า "อ่านแล้วเหมือนเข้าใจ แต่พอเจอโจทย์แล้วเลือกผิด" เหตุผลหลักคือโรคจำนวนมากมีอาการคาบเกี่ยวกัน และเกณฑ์วินิจฉัยส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับ ระยะเวลา และ ลักษณะอาการเด่น ซึ่งข้อสอบชอบใช้เป็นตัวตัดสินคำตอบ บทความนี้สรุปหัวข้อ high-yield ของจิตเวชที่ออกสอบบ่อย พร้อมเทคนิคการจำและตัวอย่างโจทย์ เพื่อให้คุณแยกโรคได้อย่างเป็นระบบ

1. หลักคิดก่อนเริ่มท่องจิตเวช

ก่อนลงรายละเอียดโรค ให้ตั้งคำถามตามลำดับนี้ทุกครั้งที่อ่านโจทย์

  1. มีสาเหตุทางกายหรือสารเสพติดหรือไม่? (delirium, thyroid, ยา steroid, สารเสพติด) ถ้าใช่ ต้องคิดถึง organic cause ก่อนเสมอ
  2. อาการเด่นคืออะไร? psychosis, mood, anxiety, หรือพฤติกรรม
  3. ระยะเวลาเท่าไร? เป็นกี่วัน กี่สัปดาห์ กี่เดือน
  4. การทำงานและการใช้ชีวิตเสียไปหรือไม่?
  5. ความเสี่ยงต่อการทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น? ข้อสอบมักถามว่าควรทำอะไรเป็นอันดับแรก

กลุ่ม delirium ต่างจาก dementia และ psychosis ตรงที่ delirium เริ่มเฉียบพลัน มีระดับความรู้สึกตัวและสมาธิแกว่ง (fluctuating) มักมีสาเหตุทางกายชัดเจน เช่น ติดเชื้อ ยา หรืออาการถอนสุรา ส่วน psychosis ในโรคจิตเวชแท้ผู้ป่วยมักรู้สึกตัวดีและ orientation ปกติ

2. กลุ่ม Psychotic Disorders: แยกด้วย "ระยะเวลา"

เทคนิคจำง่ายที่สุดคือเรียงตามเวลา: 1 วัน – 1 เดือน – 6 เดือน

โรคระยะเวลาอาการจุดสังเกต
Brief psychotic disorder≥ 1 วัน แต่ < 1 เดือนมักมี stressor นำ กลับสู่ปกติสมบูรณ์
Schizophreniform disorder1–6 เดือนอาการเหมือน schizophrenia แต่ยังไม่ครบ 6 เดือน
Schizophrenia≥ 6 เดือน (active phase ≥ 1 เดือน)การทำงานเสื่อมถอยชัดเจน
Schizoaffective disorderpsychosis ร่วมกับ mood episodeมีช่วง psychosis ≥ 2 สัปดาห์โดยไม่มี mood episode
Delusional disorderdelusion ≥ 1 เดือนความเชื่อผิดๆ แต่พฤติกรรมอื่นค่อนข้างปกติ ไม่มี hallucination เด่น

เกณฑ์ Schizophrenia (DSM-5)

ต้องมีอาการ ≥ 2 ข้อใน 5 ข้อนี้ นาน ≥ 1 เดือน โดยอย่างน้อย 1 ข้อต้องเป็น 3 ข้อแรก: (1) delusion (2) hallucination (3) disorganized speech (4) disorganized/catatonic behavior (5) negative symptoms

  • Positive symptoms (ประสาทหลอน หลงผิด) ตอบสนองดีต่อ antipsychotic
  • Negative symptoms (อารมณ์เรียบเฉย พูดน้อย ขาดแรงจูงใจ) ตอบสนองได้ไม่ดี และเป็นตัวทำนายพยากรณ์โรคที่แย่
  • Hallucination ที่พบบ่อยที่สุดคือ หูแว่ว (auditory) ถ้าเป็น visual, olfactory หรือ tactile เด่น ให้คิดถึงสาเหตุทางกายก่อน

ตัวอย่างโจทย์: ชายอายุ 22 ปี เรียนตกต่ำ แยกตัว ได้ยินเสียงสั่งให้ระวังคนปองร้ายมา 3 เดือน คำตอบคือ schizophreniform disorder ไม่ใช่ schizophrenia เพราะยังไม่ถึง 6 เดือน

3. Mood Disorders: Depression และ Bipolar

Major Depressive Disorder (MDD)

ต้องมี ≥ 5 จาก 9 อาการ นาน ≥ 2 สัปดาห์ และต้องมีอย่างน้อยหนึ่งข้อเป็น depressed mood หรือ anhedonia จำด้วย SIG E CAPS: Sleep, Interest, Guilt, Energy, Concentration, Appetite, Psychomotor, Suicidal ideation

  • ยาแนวแรก: SSRI (sertraline, escitalopram, fluoxetine) ใช้เวลาออกฤทธิ์ 2–4 สัปดาห์
  • Depression with psychotic features: antidepressant + antipsychotic หรือ ECT
  • ECT มีข้อบ่งชี้ในผู้ป่วยเสี่ยงฆ่าตัวตายสูง, psychotic depression, catatonia, ตั้งครรภ์ที่ยารักษาไม่ได้ผล หรือไม่ตอบสนองต่อยา
  • Persistent depressive disorder (dysthymia): อาการเบากว่า แต่เรื้อรัง ≥ 2 ปี

Bipolar Disorder

ชนิดเกณฑ์สำคัญ
Bipolar Iเคยมี manic episode (≥ 1 สัปดาห์ หรือสั้นกว่าถ้าต้องนอนโรงพยาบาล) ไม่จำเป็นต้องมี depression
Bipolar IIhypomania (≥ 4 วัน) + major depressive episode และไม่เคยเป็น mania
Cyclothymiaอาการ hypomania และ depression ระดับเบา นาน ≥ 2 ปี

Mania จำด้วย DIG FAST: Distractibility, Insomnia (ความต้องการนอนลดลง), Grandiosity, Flight of ideas, Activity increase, Speech pressured, Thoughtlessness (พฤติกรรมเสี่ยง) จุดต่างสำคัญคือ mania มีผลกระทบต่อหน้าที่การงานชัดเจนหรือมี psychosis ส่วน hypomania ไม่มี psychosis และไม่ต้องนอนโรงพยาบาล

Lithium: ยาที่ออกสอบแทบทุกปี

  • ระดับยาที่เหมาะสม 0.6–1.2 mEq/L (ช่วงแคบ ต้องติดตามระดับ)
  • ผลข้างเคียง: tremor, nephrogenic diabetes insipidus, hypothyroidism, leukocytosis, น้ำหนักเพิ่ม
  • ทารกในครรภ์เสี่ยง Ebstein anomaly
  • พิษจาก lithium เพิ่มเมื่อมี dehydration หรือใช้ร่วมกับ NSAIDs, ACEI, thiazide
  • ก่อนเริ่มยาควรตรวจ renal function, TSH และการตั้งครรภ์

ยาอื่นใน bipolar: valproate (เสี่ยง neural tube defect, hepatotoxicity, pancreatitis), carbamazepine (เสี่ยง SJS/TEN โดยเฉพาะ HLA-B*1502 ในคนเอเชีย, agranulocytosis), lamotrigine (เหมาะกับ bipolar depression แต่เสี่ยง SJS)

4. Anxiety, OCD และ Trauma-related Disorders

โรคหัวใจของการวินิจฉัยการรักษาหลัก
Generalized anxiety disorderกังวลหลายเรื่อง ≥ 6 เดือนSSRI/SNRI + CBT
Panic disorderpanic attack ซ้ำ + กังวลว่าจะเป็นอีก ≥ 1 เดือนSSRI + CBT (benzodiazepine ใช้ช่วงสั้น)
Specific phobiaกลัวสิ่งเฉพาะอย่าง หลีกเลี่ยงExposure therapy
Social anxiety disorderกลัวการถูกประเมินในสังคมSSRI, CBT; propranolol กรณี performance anxiety
OCDobsession + compulsion กินเวลา > 1 ชม./วันSSRI ขนาดสูง + ERP (exposure and response prevention)
Acute stress disorderหลังเหตุการณ์รุนแรง 3 วัน – 1 เดือนSupportive, trauma-focused CBT
PTSDอาการ > 1 เดือน: re-experiencing, avoidance, negative mood, hyperarousalTrauma-focused psychotherapy, SSRI (sertraline, paroxetine)

จุดที่ออกสอบบ่อย: Benzodiazepine ไม่ใช่ยาแนวแรกระยะยาวของโรควิตกกังวลเพราะเสี่ยงต่อ dependence ส่วน Adjustment disorder เกิดภายใน 3 เดือนหลังมี stressor และอาการไม่เข้าเกณฑ์โรคอื่น

5. สารเสพติดและ Withdrawal

Alcohol withdrawal: จำเป็น timeline

  • 6–24 ชม.: tremor, วิตกกังวล, ใจสั่น (minor withdrawal)
  • 12–48 ชม.: alcoholic hallucinosis (ยังรู้สึกตัวดี)
  • 24–48 ชม.: withdrawal seizure
  • 48–96 ชม.: delirium tremens คือ confusion, autonomic hyperactivity, ไข้, ประสาทหลอน มีอัตราตายสูงถ้าไม่รักษา

การรักษา: benzodiazepine (lorazepam หรือ oxazepam เหมาะเมื่อมีโรคตับ), ให้ thiamine ก่อนให้ glucose เสมอเพื่อป้องกัน Wernicke encephalopathy (confusion, ophthalmoplegia, ataxia) ถ้าไม่รักษาอาจเป็น Korsakoff syndrome (anterograde amnesia และ confabulation) ยาป้องกันกลับไปดื่ม: naltrexone, acamprosate; disulfiram ใช้เป็นตัวเลือกรอง

Opioid

  • Intoxication: miosis, respiratory depression, ซึม ให้ naloxone
  • Withdrawal: mydriasis, น้ำมูก น้ำตาไหล ขนลุก ท้องเสีย ปวดเมื่อย (ไม่ค่อยเป็นอันตรายถึงชีวิต)
  • Maintenance: methadone หรือ buprenorphine

ส่วน stimulant (amphetamine, cocaine) intoxication จะมี mydriasis, hypertension, tachycardia, psychosis และ paranoia ซึ่งแยกจาก opioid ด้วย pupil size

6. ยาจิตเวชและผลข้างเคียงฉุกเฉิน

Extrapyramidal symptoms (EPS) ตามเวลา

ภาวะเวลาที่เกิดการรักษา
Acute dystoniaชั่วโมง – วันBenztropine หรือ diphenhydramine ฉีด
Akathisiaวัน – สัปดาห์ลดขนาดยา, propranolol, benzodiazepine
Parkinsonismสัปดาห์Anticholinergic, เปลี่ยนเป็น atypical
Tardive dyskinesiaเดือน – ปีเปลี่ยนยา/พิจารณา VMAT2 inhibitor (valbenazine, deutetrabenazine)

เทคนิคจำ: "Dystonia-Akathisia-Parkinsonism-Tardive" เรียงตามเวลาที่เกิดเร็วไปช้า

NMS vs Serotonin syndrome

หัวข้อNeuroleptic malignant syndromeSerotonin syndrome
สาเหตุDopamine antagonist (antipsychotic)ยาเพิ่ม serotonin (SSRI + MAOI, tramadol, linezolid)
การเริ่มต้นวัน – สัปดาห์ชั่วโมง (< 24 ชม.)
กล้ามเนื้อLead-pipe rigidity, reflex ลดลงClonus, hyperreflexia (เด่นที่ขา)
Pupil/ลำไส้ปกติ, bradykinesiaMydriasis, ท้องเสีย, bowel hyperactive
การรักษาหยุดยา, supportive, dantrolene/bromocriptineหยุดยา, benzodiazepine, cyproheptadine

ทั้งสองมีไข้ ความดันและชีพจรไม่คงที่ CK อาจสูง จึงต้องใช้ ความเร็วในการเกิดและสัญญาณทางกล้ามเนื้อ แยก

Clozapine

ใช้ใน treatment-resistant schizophrenia (ล้มเหลวจาก antipsychotic ≥ 2 ชนิด) และลดความเสี่ยงฆ่าตัวตาย ผลข้างเคียงสำคัญ: agranulocytosis (ต้องตรวจ CBC สม่ำเสมอ), myocarditis, seizure, sialorrhea, metabolic syndrome ส่วน atypical antipsychotic อื่นๆ เช่น olanzapine เด่นเรื่องน้ำหนักขึ้นและน้ำตาล, risperidone เด่นเรื่อง hyperprolactinemia

7. Personality Disorders และ Defense Mechanisms

  • Cluster A (แปลก): Paranoid (ระแวง), Schizoid (แยกตัว ไม่สนใจสังคม), Schizotypal (ความเชื่อประหลาด magical thinking)
  • Cluster B (อารมณ์รุนแรง): Antisocial (อายุ ≥ 18 ปี และมี conduct disorder ก่อน 15 ปี), Borderline (ไม่มั่นคงทางอารมณ์ ทำร้ายตนเอง กลัวถูกทอดทิ้ง รักษาด้วย DBT), Histrionic, Narcissistic
  • Cluster C (วิตกกังวล): Avoidant, Dependent, Obsessive-compulsive personality

จุดต่าง OCD กับ OCPD: ผู้ป่วย OCD มักรู้สึกทุกข์และไม่พอใจกับอาการ (ego-dystonic) แต่ OCPD มองว่าพฤติกรรมตนเองถูกต้อง (ego-syntonic) สำหรับ defense mechanism ที่ออกบ่อย: denial (ปฏิเสธความจริง), projection (โยนความรู้สึกให้ผู้อื่น), displacement (ย้ายอารมณ์ไปยังเป้าหมายอื่น), reaction formation (แสดงตรงข้ามกับความรู้สึกจริง), sublimation (เปลี่ยนแรงขับเป็นสิ่งสร้างสรรค์ ซึ่งเป็น mature defense)

8. จิตเวชเด็ก: ADHD และ Autism

  • ADHD: อาการเริ่มก่อนอายุ 12 ปี และพบ ≥ 2 สถานที่ (บ้าน/โรงเรียน) ยาแนวแรก methylphenidate ผลข้างเคียง: เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ ใจสั่น ทางเลือกที่ไม่ใช่ stimulant: atomoxetine, guanfacine
  • Autism spectrum disorder: บกพร่องการสื่อสารและปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ร่วมกับพฤติกรรมซ้ำๆ และความสนใจจำกัด อาการแสดงในช่วงพัฒนาการตอนต้น การรักษาหลักคือ early intervention และ behavioral therapy ยาใช้รักษาอาการร่วม เช่น irritability (risperidone, aripiprazole)
  • Conduct disorder เป็นรูปแบบละเมิดสิทธิผู้อื่นต่อเนื่อง และเป็นปัจจัยนำสู่ antisocial personality disorder ในผู้ใหญ่

9. การประเมินความเสี่ยงฆ่าตัวตายและจิตเวชฉุกเฉิน

ข้อสอบจิตเวชมักถามการจัดการเบื้องต้น หลักสำคัญคือ

  • ถามเรื่องการฆ่าตัวตายตรงๆ ไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
  • ประเมินความคิด แผน วิธีการ และความตั้งใจ ผู้ที่มี plan ชัดเจนและเข้าถึงอุปกรณ์ได้ถือเป็นความเสี่ยงสูง
  • ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ: เคยพยายามฆ่าตัวตาย, เพศชาย, สูงอายุ, โรคจิตเวช, สารเสพติด, โรคเรื้อรัง, โดดเดี่ยว
  • ผู้ป่วยเสี่ยงสูงควรอยู่ในสิ่งแวดล้อมปลอดภัยและพิจารณา admit
  • ผู้ป่วยที่ก้าวร้าวรุนแรง ให้ de-escalation ก่อน หากไม่ได้ผลจึงใช้ยา (เช่น haloperidol ± lorazepam) และ restraint เป็นทางเลือกสุดท้าย

10. แผนทบทวนจิตเวชก่อนสอบ

  1. ท่องตารางระยะเวลา (1 วัน, 1 เดือน, 6 เดือน, 2 ปี) ให้ได้ก่อน เพราะเป็นตัวแยกโรคที่ออกบ่อยที่สุด
  2. จับคู่ยากับผลข้างเคียง เช่น lithium–nephrogenic DI, clozapine–agranulocytosis, valproate–neural tube defect
  3. ทำโจทย์แบบ clinical vignette เพราะข้อสอบจริงมักซ่อนคำตอบไว้ในรายละเอียด เช่น อายุ ระยะเวลา และยาที่ผู้ป่วยกินอยู่ ลองฝึกที่ ระบบฝึกทำข้อสอบของหมอรู้
  4. จำลองสถานการณ์สอบจริง ด้วยชุดข้อสอบที่ หน้ารวมข้อสอบ เพื่อจับเวลาและดูจุดอ่อนของตนเอง
  5. ฝึกซักประวัติ Mental status examination ผ่านเคสยาวที่ Long case เพื่อเชื่อมความรู้เข้ากับการตัดสินใจทางคลินิก
  6. ทบทวนข้อที่ทำผิดแล้วเขียนสั้นๆ ว่า "ผิดเพราะอะไร" เช่น ลืมระยะเวลา สับสน NMS กับ serotonin syndrome เพื่อลดการผิดซ้ำ

หากต้องการเข้าถึงข้อสอบและฟีเจอร์ครบทุกรายวิชา สามารถดูแพ็กเกจที่เหมาะกับคุณได้ที่หน้า ราคาและแพ็กเกจ

สรุป

จิตเวชไม่ใช่วิชาที่ต้องจำทุกอย่างแบบไร้ระบบ แต่เป็นวิชาที่ใช้ กรอบการคิด ได้ผลดีมาก ได้แก่ ตัดสาเหตุทางกายก่อน แยกอาการเด่น ดูระยะเวลา และเลือกการรักษาตามแนวทางมาตรฐาน เมื่อจับคู่ "โรค – เกณฑ์เวลา – ยา – ผลข้างเคียง" ได้ คุณจะตอบโจทย์จิตเวชได้อย่างมั่นใจและเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ขอให้ทุกคนเตรียมสอบอย่างมีความสุขและสอบผ่านตามเป้าหมาย

หมายเหตุ: เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการเตรียมสอบและการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยรายบุคคล แนวทางการรักษาอาจเปลี่ยนแปลงตามหลักฐานและ guideline ล่าสุด

เริ่มฝึกสอบกับหมอรู้ได้เลย

ข้อสอบ MEQ + MCQ 3,000+ ข้อ + Long Case กับ AI — เริ่มต้นฟรี