ความรู้ทั่วไป·21 ตุลาคม 2569·อ่าน 4 นาที

เทคนิคจำ Urology ให้แม่น — แยกโรคระบบทางเดินปัสสาวะได้ทุกข้อก่อนสอบแพทย์

สรุปเทคนิคจำ Urology สำหรับสอบแพทย์ ทั้งนิ่ว BPH ถุงอัณฑะเจ็บ มะเร็งระบบปัสสาวะ และ trauma พร้อมตารางเปรียบเทียบและกับดักข้อสอบที่ออกบ่อย

เทคนิคจำ Urology ให้แม่น — แยกโรคระบบทางเดินปัสสาวะได้ทุกข้อก่อนสอบแพทย์

Urology เป็นวิชาที่นักศึกษาแพทย์หลายคนมองว่า "เล็ก" แต่ในข้อสอบรวบรู้ (NL) และข้อสอบประจำรายวิชา กลับออกสม่ำเสมอ เพราะเป็นโรคที่พบบ่อยในเวชปฏิบัติจริง ทั้งนิ่ว ต่อมลูกหมากโต ถุงอัณฑะเจ็บ และปัสสาวะเป็นเลือด ข้อดีคือโจทย์ Urology มักมี pattern ชัดเจน ถ้าจัดระบบความคิดได้ถูก จะตอบได้เร็วมาก บทความนี้สรุปเป็นกรอบคิดพร้อมตารางเปรียบเทียบ และกับดักที่ออกสอบบ่อย

1. กรอบคิด: จัดกลุ่มโจทย์ Urology ด้วย 6 อาการนำ

แทนที่จะท่องทีละโรค ให้จัดตามอาการนำที่โจทย์ให้มา

  • ปัสสาวะเป็นเลือด (hematuria) → มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ, RCC, นิ่ว, UTI
  • ปวดเอวร้าวลงขาหนีบ → นิ่วในท่อไต
  • ปัสสาวะลำบาก/ถ่ายบ่อยกลางคืน → BPH, มะเร็งต่อมลูกหมาก, urethral stricture
  • ถุงอัณฑะเจ็บ/บวม → torsion, epididymitis, tumor, hydrocele, varicocele
  • ปัสสาวะไม่ออกหลังอุบัติเหตุ → urethral/bladder injury
  • ปัสสาวะเล็ด → stress, urge, overflow incontinence

2. Hematuria: Painless หรือ Painful?

คำถามแรกที่ต้องถามตัวเองเมื่อเจอโจทย์ hematuria คือ เจ็บหรือไม่เจ็บ

  • Painless gross hematuria ในผู้ใหญ่ โดยเฉพาะสูบบุหรี่ → คิดถึง มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ (urothelial carcinoma) ก่อนเสมอ ปัจจัยเสี่ยง: บุหรี่ (สำคัญที่สุด), สารเคมี aniline dye/ยางรถยนต์, cyclophosphamide, การฉายรังสีอุ้งเชิงกราน
  • Hematuria + ปวดเอวแบบบีบเป็นพักๆ → นิ่วท่อไต
  • Hematuria + ปวดเอว + ก้อนที่ท้อง → RCC (classic triad พบครบแค่ราว 10% ของผู้ป่วย) อาจมี varicocele ข้างซ้ายที่ไม่ยุบเวลานอน, polycythemia จาก EPO, ไข้
  • Hematuria + dysuria + ถ่ายบ่อย → cystitis
  • Hematuria ในคนที่เคยอยู่ในพื้นที่ระบาด Schistosoma haematobium → squamous cell carcinoma ของกระเพาะปัสสาวะ (ต่างจากกรณีทั่วไปที่เป็น urothelial)

การตรวจ: ผู้ป่วยอายุ >35-40 ปีที่มี gross hematuria ต้องได้ cystoscopy + CT urography เสมอ ห้ามสรุปว่าเป็น UTI แล้วจบ

3. นิ่วในระบบปัสสาวะ: จำเป็นตารางเดียวจบ

ชนิดนิ่วจุดจำX-rayปัสสาวะการป้องกัน/รักษา
Calcium oxalateพบบ่อยที่สุด (~80%), hypercalciuria, ผลึกรูป envelopeRadiopaqueไม่จำเพาะดื่มน้ำมาก, thiazide, potassium citrate, ลดเกลือ
Struvite (Mg-NH4-PO4)Proteus, Klebsiella (urease-splitting) พบบ่อยในหญิง, เป็น staghornRadiopaquepH เป็นด่าง (>7)กำจัดนิ่วให้หมด (PCNL) + ยาปฏิชีวนะ
Uric acidGout, myeloproliferative disease, tumor lysisRadiolucentpH เป็นกรด (<5.5)ทำปัสสาวะเป็นด่างด้วย potassium citrate (ละลายนิ่วได้), allopurinol
Cystineพันธุกรรม (defect ของ COLA transporter), ผลึกรูปหกเหลี่ยม, nitroprusside test บวกFaintly radiopaqueเป็นกรดดื่มน้ำมาก, alkalinize, tiopronin

Approach นิ่วในท่อไต

  • Imaging gold standard: non-contrast CT KUB (ไวและจำเพาะสูงสุด) ส่วนหญิงตั้งครรภ์ใช้ ultrasound ก่อน
  • นิ่ว <10 มม. ไม่มีภาวะแทรกซ้อน: medical expulsive therapy ด้วย tamsulosin + NSAIDs แก้ปวด (NSAIDs เป็น first-line analgesic)
  • ESWL: เหมาะกับนิ่วไต <2 ซม. ข้อห้าม: ตั้งครรภ์, coagulopathy, aortic aneurysm, การอุดกั้นส่วนปลาย
  • Ureteroscopy (URS): นิ่วท่อไตส่วนล่าง, ตั้งครรภ์ที่จำเป็น
  • PCNL: นิ่ว >2 ซม. และ staghorn

กับดักสำคัญ: นิ่ว + ไข้ + อุดกั้น (obstructive pyelonephritis) = ภาวะฉุกเฉิน ต้อง decompress ด่วนด้วย DJ stent หรือ percutaneous nephrostomy พร้อมยาปฏิชีวนะ ห้ามเอานิ่วออกทันทีขณะติดเชื้อ

4. ต่อมลูกหมาก: BPH vs Prostate Cancer

หัวข้อBPHProstate cancer
ตำแหน่งTransition zone → อาการปัสสาวะอุดกั้นเร็วPeripheral zone (70%) → คลำได้จาก DRE, อาการมักมาช้า
DREโต เรียบ ยางหยุ่น สมมาตรแข็ง เป็นก้อน ไม่สมมาตร
PSAอาจสูงเล็กน้อยสูงมาก, ใช้ติดตามหลังรักษา
การกระจาย-กระดูก (osteoblastic lesion ที่ spine/pelvis)
วินิจฉัยIPSS, DRE, urinalysis, creatinineTRUS/MRI-guided biopsy, Gleason score

ยารักษา BPH

  • Alpha-blocker (tamsulosin, doxazosin, alfuzosin): ออกฤทธิ์เร็วภายในไม่กี่วัน ผลข้างเคียง orthostatic hypotension, retrograde ejaculation, intraoperative floppy iris syndrome ในผู้ที่จะผ่าตัดต้อกระจก (พบบ่อยกับ tamsulosin)
  • 5-alpha reductase inhibitor (finasteride, dutasteride): ใช้เมื่อต่อมโต >30-40 มล. ออกฤทธิ์ช้า 6 เดือน ลด PSA ลงประมาณ 50% (ต้องคูณ 2 เมื่อแปลผล) ผลข้างเคียงคือ libido ลดลง, erectile dysfunction
  • Anticholinergic/PDE5 inhibitor เสริมในบางกรณี

ข้อบ่งชี้การผ่าตัด BPH (จำ "AEIOU" แบบไทยๆ)

  • Acute urinary retention ที่ล้มเหลวหลัง trial without catheter
  • Recurrent UTI
  • Recurrent hematuria จาก BPH
  • Bladder stone
  • Renal insufficiency จาก obstruction (obstructive uropathy)

TURP complication: TUR syndrome (hyponatremia จากการดูดซึมน้ำล้างที่ไม่มีเกลือ เช่น glycine → สับสน ชัก ความดันตก), retrograde ejaculation (พบบ่อยที่สุดหลังผ่าตัด), urethral stricture, incontinence

5. ถุงอัณฑะเจ็บ: Torsion vs Epididymitis

นี่คือหัวข้อที่ออกสอบแทบทุกปี

หัวข้อTesticular torsionAcute epididymitis
อายุวัยรุ่น 12-18 ปี (bimodal ทารกแรกเกิดด้วย)วัยหนุ่มสาว/สูงอายุ
การเริ่มเฉียบพลัน มักตื่นกลางคืน คลื่นไส้อาเจียนค่อยเป็นค่อยไป ไข้ ปัสสาวะแสบ
ตรวจร่างกายอัณฑะ สูงและนอนแนวนอน (high-riding, horizontal lie), ไม่มี cremasteric reflexเจ็บที่ epididymis, cremasteric reflex ยังมี
Prehn signยกแล้วไม่ดีขึ้น/เจ็บมากขึ้น (negative)ยกแล้วปวดลดลง (positive)
Doppler USเลือดไหลลดลง/ไม่มีเลือดไหลเพิ่ม
การรักษาผ่าตัดทันที (ภายใน 6 ชั่วโมง salvage สูงสุด) + orchiopexy ทั้งสองข้างยาปฏิชีวนะ: อายุ <35 ปี → ceftriaxone + doxycycline (gonorrhea/chlamydia); อายุ >35 หรือ anal sex → fluoroquinolone (E. coli)

กับดัก: ถ้าสงสัย torsion อย่ารอผล Doppler หากภาพทางคลินิกชัดเจน ให้เข้าผ่าตัดเลย และ manual detorsion เป็นเพียงมาตรการชั่วคราว (หมุนแบบ "open book" คือออกด้านนอก)

ก้อนที่ถุงอัณฑะอื่นๆ

  • Testicular tumor: ก้อนไม่เจ็บในชายอายุ 15-35 ปี ปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือ cryptorchidism รักษาด้วย radical inguinal orchiectomy ห้ามเจาะชิ้นเนื้อผ่านถุงอัณฑะ (เสี่ยง seeding และเปลี่ยนทางระบายน้ำเหลือง)
  • Tumor markers: Seminoma — hCG อาจสูงเล็กน้อย, AFP ปกติเสมอ; Yolk sac tumor — AFP สูง; Choriocarcinoma — β-hCG สูงมาก; LDH ใช้ประเมินภาระของโรค
  • Varicocele: พบด้านซ้ายบ่อย (left testicular vein ไหลเข้า left renal vein มุมฉาก) คลำคล้าย "ถุงหนอน" เป็นสาเหตุ male infertility ที่แก้ได้ที่พบบ่อยที่สุด; ถ้าเกิดด้านขวาอย่างเดียวหรือเกิดขึ้นเฉียบพลัน ต้องหา retroperitoneal mass/RCC
  • Hydrocele: ไม่เจ็บ transillumination ให้ผลบวก
  • Cryptorchidism: ทำ orchiopexy ช่วงอายุ 6-18 เดือน หากไม่ลงมาเองภายใน 6 เดือน

6. Urologic Trauma: ลำดับการตรวจคือหัวใจ

  • Urethral injury (posterior, จากกระดูกเชิงกรานหัก): blood at meatus, high-riding prostate, butterfly perineal hematoma, ปัสสาวะไม่ออก → ทำ retrograde urethrogram (RUG) ก่อนใส่สายสวนปัสสาวะ ห้าม blind Foley
  • Bladder rupture: ตรวจด้วย CT cystogram/ cystogram
    • Intraperitoneal (ส่วน dome) → ผ่าตัดซ่อมเสมอ
    • Extraperitoneal → ส่วนใหญ่ใส่สายสวนค้างไว้ได้
  • Renal trauma: ผู้ป่วย hemodynamically stable → CT with contrast และรักษาแบบ conservative เป็นหลัก; unstable → ผ่าตัด

7. ปัสสาวะเล็ด (Incontinence) แยกให้ออก

ชนิดกลไกอาการนำรักษา
StressUrethral hypermobility/ISDเล็ดเวลาไอ จาม ออกแรงKegel, midurethral sling
Urge (OAB)Detrusor overactivityปวดปัสสาวะรุนแรง กลั้นไม่ทันBladder training, antimuscarinic, mirabegron
OverflowOutlet obstruction หรือ detrusor underactivity (DM neuropathy)เล็ดซึมตลอด, post-void residual สูงแก้สาเหตุ, intermittent catheterization
Functionalจำกัดการเคลื่อนไหว/การรู้คิดไปห้องน้ำไม่ทันจัดสภาพแวดล้อม

กับดัก: ห้ามให้ antimuscarinic ในผู้ป่วย overflow incontinence เพราะทำให้ retention แย่ลง

8. ภาวะฉุกเฉินและโรคเฉพาะที่ควรจำ

  • Priapism: ischemic (low-flow) พบในโรค sickle cell ต้องรักษาด่วนด้วย aspiration/phenylephrine ภายใน 4-6 ชั่วโมง
  • Paraphimosis: หนังหุ้มปลายติดอยู่หลัง glans → รีบ reduce
  • Fournier gangrene: necrotizing fasciitis ของอวัยวะเพศ/ฝีเย็บ เสี่ยงในผู้ป่วย DM → broad-spectrum antibiotics + debridement ทันที
  • Hypospadias: รูเปิดท่อปัสสาวะอยู่ด้านล่าง ห้ามขลิบก่อนซ่อมเพราะต้องใช้หนังหุ้มปลายในการผ่าตัด
  • Posterior urethral valves: ทารกชาย ปัสสาวะลำเล็ก hydronephrosis สองข้าง bladder หนา วินิจฉัยด้วย VCUG
  • Acute urinary retention: ใส่สายสวนปัสสาวะ (ใส่ทางท่อปัสสาวะ ถ้าใส่ไม่ได้ทำ suprapubic) แล้วสังเกตภาวะ post-obstructive diuresis

9. เทคนิคทำข้อสอบ Urology

  1. อ่านอายุและเพศก่อนเสมอ — ชายวัยรุ่น = torsion, ชายสูงอายุ = BPH/ca prostate, หญิงอายุน้อย = UTI
  2. หา red flag ที่เปลี่ยน management — ไข้+นิ่ว, ปัสสาวะไม่ออก, torsion
  3. จำ "ตรวจอะไรก่อน" — RUG ก่อน Foley, NCCT สำหรับนิ่ว, Doppler สำหรับอัณฑะ
  4. แยก radiopaque/radiolucent ของนิ่ว (uric acid คือ radiolucent เพียงชนิดเดียวที่ต้องจำ)
  5. ฝึกทำโจทย์เชิงสถานการณ์ เพราะการจำตารางอย่างเดียวไม่พอ ต้องเชื่อมกับ vignette

หากต้องการฝึกให้คล่อง ลองทำข้อสอบ Urology ในระบบ ฝึกทำโจทย์ NL หรือจำลองสอบเต็มรูปแบบที่ คลังข้อสอบ ส่วนใครอยากฝึกการซักประวัติและวางแผนรักษาแบบครบวงจร มี Long case ให้ฝึก และดูแพ็กเกจทั้งหมดได้ที่ หน้าราคา

สรุป

Urology ไม่ได้ยากถ้าเริ่มจากอาการนำ แล้วใช้ตารางเปรียบเทียบ 4 ชุดหลัก ได้แก่ ชนิดนิ่ว, BPH vs มะเร็งต่อมลูกหมาก, torsion vs epididymitis และชนิดของ incontinence ร่วมกับกฎเหล็กเรื่องลำดับการตรวจในผู้ป่วยบาดเจ็บและภาวะฉุกเฉิน เมื่อจำโครงสร้างนี้ได้ โจทย์ส่วนใหญ่จะตอบได้ภายในไม่กี่วินาที อย่าลืมทบทวนซ้ำด้วยโจทย์จริงเพื่อให้ความรู้ฝังแน่นก่อนวันสอบ

เริ่มฝึกสอบกับหมอรู้ได้เลย

ข้อสอบ MEQ + MCQ 3,000+ ข้อ + Long Case กับ AI — เริ่มต้นฟรี