Biomechanics: หลักการกลศาสตร์และการโหลดร่างกายมนุษย์
ส่วนที่ 1 — Biomechanics คืออะไร และทำไมต้องเรียน?
Biomechanics มาจากคำสองคำ คือ bio (ชีวิต) + mechanics (กลศาสตร์) ซึ่งเป็นสาขาของฟิสิกส์ที่ศึกษาการเคลื่อนที่และการเสียรูปของวัตถุเมื่อถูกแรงกระทำ ดังนั้น Biomechanics จึงหมายถึง การประยุกต์หลักการกลศาสตร์เพื่อศึกษาสิ่งมีชีวิต
Classification ของ Applied Mechanics
Applied Mechanics แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่:
| กลุ่ม | เนื้อหา |
|---|---|
| Rigid Body Mechanics | Statics (สัปดาห์ก่อน) + Dynamics (สัปดาห์นี้) |
| Deformable Body Mechanics | Elasticity, Plasticity, Viscoelasticity |
| Fluid Mechanics | Liquids, Gases |
Dynamics แบ่งย่อยอีกเป็น:
- Kinematics — ศึกษาการเคลื่อนที่ในแง่ขนาด ลำดับ และเวลา โดยไม่สนใจแรงที่กระทำ
- Kinetics — ศึกษาแรงที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่
ต้องจำคำศัพท์เพิ่มอีก 2 คำ:
- Statics — ระบบที่อยู่ใน constant motion (นิ่งสนิท หรือเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่)
- Kinesiology — ศึกษาการเคลื่อนที่ของร่างกายมนุษย์
ทำไมแพทย์ต้องเรียน Biomechanics?
-
Improving performance — ใช้วิเคราะห์ท่าทางในกีฬา เช่น มุม takeoff ของนักยิมนาสติก เพื่อปรับเทคนิคให้ถูกต้อง (เน้นกรณีที่ technique เป็นตัวแปรหลัก ไม่ใช่สรีรวิทยา)
-
Preventing and treating injury — Physical therapist ใช้ Biomechanics ใน:
- การสั่ง rehabilitative exercises
- การเลือก assistive devices (เช่น ไม้เท้า, walker)
- การเลือก orthotics (อุปกรณ์พยุงข้อหรือแก้ไข deformity)
- การวิเคราะห์ gait (การเดิน) เชิงคุณภาพ เพื่อดูว่าผู้ป่วยมีกำลังกล้ามเนื้อและ control เพียงพอสำหรับการเดินปกติแล้วหรือยัง