อ่านอย่างเดียว25 นาที

Fetus to Birth: พัฒนาการทารก การปรับตัวหลังเกิด และการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

Part 1 / 4

ส่วนที่ 1 — พัฒนาการของทารกในครรภ์ (Fetal Development)

จาก Embryo สู่ Fetus

ช่วง 8 สัปดาห์แรก คือระยะ embryo — อวัยวะทุกระบบเริ่มก่อตัวขึ้น ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 9 เป็นต้นไปจะเรียกว่า fetus ซึ่งมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและเริ่มมีลักษณะของมนุษย์ชัดเจนขึ้น ลักษณะเด่นคือหัวจะใหญ่มากเมื่อเทียบกับลำตัว

การวัดขนาดทารก (Fetal Biometry)

แพทย์ใช้ ultrasound (USG) วัดขนาดทารกเพื่อประเมินอายุครรภ์ โดยเลือกวิธีตามช่วงอายุครรภ์:

วิธีวัดย่อใช้ช่วงอายุครรภ์ความคลาดเคลื่อน
Crown-Rump LengthCRL6–14 สัปดาห์ (1st trimester)~5 วัน
Biparietal Diameter + Head CircumferenceBPD / HC14–28 สัปดาห์ (2nd trimester)7–14 วัน
Abdominal CircumferenceACทุกช่วง แต่นิยมใช้ประเมิน การเจริญเติบโต มากกว่าอายุครรภ์มากกว่าวิธีอื่น
Femur LengthFLครึ่งแรก: ~1–2 สัปดาห์, ครึ่งหลัง: ~2–3 สัปดาห์ขึ้นกับช่วง GA

จำง่าย: CRL → ไตรมาสแรก / BPD+HC → ไตรมาสสอง / AC → ดูการเจริญเติบโต

พัฒนาการแต่ละช่วงอายุครรภ์ (GA)

GA 4 สัปดาห์ — โครงสร้างที่จะกลายเป็นหน้าและคอเริ่มก่อตัว หัวใจและหลอดเลือดพัฒนาต่อ ปอด กระเพาะ ตับเริ่มเกิด pregnancy test ให้ผล positive

GA 8 สัปดาห์ — อวัยวะทุกระบบอยู่ในตำแหน่งแล้ว ความยาวตัว ~1.3 cm นิ้วมือเริ่มก่อตัว

GA 12 สัปดาห์ — หน้าตาคล้ายทารกมากขึ้น นิ้วเท้าและเปลือกตาเกิดขึ้น อวัยวะเพศเริ่มพัฒนา เล็บมือเริ่มงอก ลำไส้กลับเข้าช่องท้อง น้ำหนัก ~14 g ยาว ~6 cm เม็ดเลือดแดงสร้างที่ ม้าม (ก่อนหน้านี้สร้างที่ตับ), ทารกเริ่มขับปัสสาวะลงน้ำคร่ำ

GA 16 สัปดาห์ — หัวยังดูใหญ่เมื่อเทียบกับลำตัว กระดูกพัฒนาและแข็งตัว เห็นการขยับบน ultrasound ตาขยับได้ เห็นเพศชัดเจน (~12 cm, 110 g)

GA 20 สัปดาห์ — เล็บเท้าปรากฏ ได้ยินเสียง ระบบย่อยอาหารเริ่มทำงาน ผิวบางปกคลุมด้วย vernix caseosa (สารคล้ายครีมชีสสีขาว ช่วยปกป้องผิว) มารดาเริ่มรู้สึกลูกดิ้น (quickening) (~16 cm, 320 g)

GA 24 สัปดาห์ — ไขมันใต้ผิวหนังเริ่มสะสม ลายนิ้วมือ-เท้าเริ่มก่อตัว sucking reflex พัฒนาขึ้น ทารกอาจดูดนิ้วและกลืนน้ำคร่ำได้ (~21 cm, 630 g)

GA 28 สัปดาห์ — ตอบสนองต่อเสียง ปอดแข็งแรงขึ้นเรื่อย ๆ ตาเปิดได้บางส่วน ขนตาเกิดขึ้น CNS สามารถควบคุมการหายใจแบบจังหวะและควบคุมอุณหภูมิร่างกายได้ เม็ดเลือดแดงย้ายไปสร้างที่ ไขกระดูก

GA 34 สัปดาห์ — ตาตอบสนองต่อแสง เล็บยาวถึงปลายนิ้ว กระดูกแข็งตัวแต่กะโหลกยังนิ่มและยืดหยุ่นได้ (เพื่อให้คลอดได้)

GA 36 สัปดาห์ — ผิวชมพูและเรียบ แขนขาดูอวบอ้วน ทารกเกือบเต็มถุงน้ำคร่ำ

การพัฒนาของปอด (Lung Development) — สำคัญมาก!

ปอดพัฒนาผ่าน 5 ระยะ ความสำคัญทางคลินิกคือทารกจะ รอดชีวิตได้ต่อเมื่อถึงระยะ Canalicular (อายุครรภ์ ≥ 23–24 สัปดาห์):

ระยะอายุครรภ์เกิดอะไรขึ้น
Embryonic0–7 สัปดาห์Trachea, bronchi หลัก, segmental bronchi ก่อตัว
Pseudoglandular7–17 สัปดาห์Terminal bronchioles, pulmonary artery/vein; กะบังลมสร้าง → ถ้าผิดปกติ = CDH
Canalicular17–27 สัปดาห์Respiratory bronchioles, primitive alveoli, alveolar capillary barrier; Pneumocyte type II เริ่มสร้าง surfactant
Saccular27–36 สัปดาห์Gas exchange, alveoli เริ่มชัดขึ้น
Alveolar36 สัปดาห์ – ~2 ปีSeptation, multiplication of alveoli

ทำไม Surfactant ถึงสำคัญ? Surfactant ลดแรงตึงผิวใน alveoli ป้องกัน alveoli แฟบ ถ้าทารกเกิดก่อนกำหนดและขาด surfactant จะเกิด Respiratory Distress Syndrome (RDS)

Fetal Circulation (ระบบไหลเวียนเลือดของทารกในครรภ์)

ใน umbilical cord มี 3 เส้นเลือด: Umbilical arteries 2 เส้น (เลือดดำ เด็ก→รก) + Umbilical vein 1 เส้น (เลือดแดง รก→เด็ก)

เส้นทางเลือดสำคัญที่ต่างจากผู้ใหญ่ มี 3 shunt ที่ช่วย bypass ปอด (เพราะปอดยังไม่ทำงาน):

  1. Ductus venosus — เลือดจาก umbilical vein ข้ามตับ → inferior vena cava
  2. Foramen ovale — เลือดจาก right atrium → left atrium ข้ามปอด
  3. Ductus arteriosus — เลือดจาก pulmonary artery → aorta ข้ามปอด
Part 2 / 4

ส่วนที่ 2 — การปรับตัวหลังเกิด: Neonatal Adaptation

3 สิ่งที่ต้องเกิดขึ้นทันทีหลังคลอด

เมื่อทารกออกจากครรภ์ ร่างกายต้องปรับตัว 3 อย่างพร้อมกัน:

  1. น้ำในปอดต้องถูกดูดซึมกลับ (fluid reabsorbed) — ปอดในครรภ์เต็มไปด้วยน้ำ
  2. การแลกเปลี่ยนก๊าซต้องย้ายมาที่ปอด แทนรก
  3. Fetal circulation ต้องเปลี่ยนเป็น neonatal circulation

Fetal → Neonatal Circulation

หลังทารกหายใจครั้งแรก → alveoli ขยาย → O₂ เพิ่ม → pulmonary vascular resistance ลดลง อย่างรวดเร็ว → เลือดไหลผ่านปอดมากขึ้น → pressure ใน left atrium สูงกว่า right atrium → Foramen ovale ปิด → Ductus arteriosus ปิด (กลายเป็น Ligamentum arteriosum) → Ductus venosus ปิด (กลายเป็น Ligamentum venosum)

ผลลัพธ์: เลือดไหลวนผ่านปอดเหมือนในผู้ใหญ่ ไม่มี shunt แล้ว

การประเมินทารกหลังเกิด: APGAR Score

วัดที่ 1 นาที และ 5 นาทีหลังเกิด — เป็นตัวบ่งชี้สภาพทารกและการตอบสนองต่อ resuscitation:

ตัวย่อสิ่งที่ดู0 คะแนน1 คะแนน2 คะแนน
Appearanceสีผิวฟ้า/ซีดทั้งตัวตัวชมพู แขนขาฟ้าชมพูทั้งตัว
Pulseชีพจรไม่มี<100/นาที>100/นาที
Grimacereflexesไม่ตอบสนองหน้าเบ้เมื่อดูดร้องเมื่อกระตุ้น
Activityกล้ามเนื้อไม่มีงอแขนขาบางส่วนเคลื่อนไหวแข็งแรง
Respirationการหายใจไม่มีอ่อน ไม่สม่ำเสมอร้องเสียงดัง

คะแนน 7–10 = ปกติ, 4–6 = ต้องช่วยเหลือ, 0–3 = ภาวะวิกฤต

การสูญเสียความร้อนใน Newborn — 4 วิธี

ทารกแรกเกิดควบคุมอุณหภูมิได้ไม่ดี ความเย็นนำไปสู่ cold stress → surfactant สร้างน้อยลง, hypoglycemia, metabolic acidosis

วิธีกลไกตัวอย่าง
Evaporationระเหยจากผิวเปียก/ปอดทารกเปียกน้ำคร่ำตอนเกิด
Conductionสัมผัสวัตถุเย็นนอนบนตาชั่งโลหะเย็น
Convectionอากาศเย็นไหลผ่านแอร์, พัดลม, ประตูเปิด
Radiationแผ่รังสีไปยังพื้นผิวเย็นอยู่ใกล้กระจกหรือผนังเย็น

ป้องกัน: เช็ดตัวทันทีหลังเกิด, ใช้ radiant warmer หรือ incubator, วัดอุณหภูมิ ก่อนอาบน้ำ

WHO Classification: อายุครรภ์ทารก

กลุ่มอายุครรภ์ (GA)
Preterm< 37 0/7 สัปดาห์
Early Term37 0/7 – 38 6/7
Full Term39 0/7 – 40 6/7
Late Term41 0/7 – 41 6/7
Post Term≥ 42 0/7 สัปดาห์

ทารก preterm มีปอดทำงานไม่สมบูรณ์ ระบบย่อยอาหารยังไม่พร้อม → ต้องดูแลต่างจากทารกครบกำหนด

Birth Defects ที่ต้องรู้

Congenital Diaphragmatic Hernia (CDH) — กะบังลมปิดไม่สนิท (failure of closure of pleuroperitoneal canal) → อวัยวะช่องท้องเลื่อนเข้าช่องอก → กดเนื้อปอดและหัวใจ → ปอดเล็กทั้ง 2 ข้าง, หัวใจเบียดไปฝั่งตรงข้าม → bilaternal pulmonary hypoplasia + Persistent Pulmonary Hypertension of the Newborn (PPHN)

Gastroschisis — ผนังหน้าท้องด้านข้างสะดือมีรูรั่ว → ลำไส้โผล่ออกมาในน้ำคร่ำ ไม่มีเยื่อหุ้ม (exposed bowel)

Omphalocele — midgut ที่ควรกลับเข้าช่องท้องตอนพัฒนา ไม่กลับเข้า → อวัยวะโผล่ผ่าน umbilical ring มี peritoneum/amniotic membrane หุ้มอยู่ (covered by membrane)

จำแยก: Gastroschisis = ข้างสะดือ, ไม่มีเยื่อหุ้ม | Omphalocele = ที่สะดือ, มีเยื่อหุ้ม

Part 3 / 4

ส่วนที่ 3 — การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ (Breastfeeding)

คำแนะนำจาก AAP

Exclusive breastfeeding ~6 เดือน ตามด้วยการให้นมแม่ต่อเนื่องพร้อมอาหารเสริม จนถึง อย่างน้อย 1 ปี หรือนานกว่านั้นตามความต้องการของแม่และเด็ก

ประโยชน์ต่อทารก

นมแม่ช่วยลดความเสี่ยงของ:

  • Infection (ทุกระบบ) — allergy — skin conditions
  • Endocrine/GI disorders, Inflammatory Bowel Disease
  • SIDS (Sudden Infant Death Syndrome)
  • ปัญหาการเรียนรู้ (cognition), โรคอ้วน, มะเร็ง (เช่น leukemia)

กลไก Enteromammary Immunity — ทำไมนมแม่จึงให้ภูมิคุ้มกัน?

  1. แม่ รับเชื้อ จากสภาพแวดล้อมที่ทารกอยู่ (ผ่านการสัมผัสและโอบกอด)
  2. เชื้อเหล่านั้น กระตุ้น B cells ที่ Peyer's patches ในลำไส้แม่
  3. B cells migrate ไปที่เต้านมและกลายเป็น plasma cells
  4. Plasma cells หลั่ง secretory IgA เข้าน้ำนม
  5. ทารกดูดนมได้รับ IgA ตรงกับเชื้อ ที่ทารกสัมผัสอยู่จริง

ทำไมถึงฉลาดมาก? เพราะแม่และทารกอยู่ในสภาพแวดล้อมเดียวกัน ภูมิคุ้มกันที่แม่สร้างจึงตรงกับเชื้อที่ทารกต้องเผชิญพอดี

ประโยชน์ต่อมารดา

  • ลดเลือดออกหลังคลอด (postpartum blood loss)
  • มดลูกเข้าสู่ภาวะปกติเร็วขึ้น (uterine involution)
  • Lactational amenorrhea → เว้นระยะการตั้งครรภ์
  • ลดน้ำหนักหลังคลอด
  • ลด osteoporosis, cardiovascular disease, rheumatoid arthritis, cancer
  • ลดภาวะ abuse/neglect ต่อทารก (OR 2.6 ในกลุ่มไม่ให้นมแม่)
  • เพิ่ม self-confidence

ข้อห้ามและข้อควรระวัง

ข้อห้ามเด็ดขาด (Absolute Contraindications):

  • ทารก: Classic galactosemia (เปลี่ยน galactose เป็น glucose ไม่ได้ → ต้องหลีกเลี่ยง lactose ทุกชนิด)
  • มารดา: HIV+, HTLV I/II+, untreated brucellosis, untreated TB (หรือ active herpes simplex บนเต้านม), varicella 5 วันก่อน ถึง 2 วันหลัง คลอด
  • มารดาใช้สารเสพติด: PCP, cocaine, cannabis (ตรวจพบในน้ำนม → กระทบ neurodevelopment ทารก)

ข้อควรระวัง (ไม่ใช่ข้อห้ามเด็ดขาด):

  • Maternal smoking — ไม่ใช่ข้อห้ามเด็ดขาด แต่ควรหยุด เพราะเพิ่มความเสี่ยง respiratory allergy และ SIDS
  • Alcohol — จำกัดไม่เกิน 0.5 g/kg body weight ของแม่ (แม่ 60 kg = liquor 2 oz หรือ wine 8 oz) และ รอ ≥ 2 ชั่วโมง ก่อนให้นม เพื่อให้ความเข้มข้น alcohol ในน้ำนมลดลง
Part 4 / 4

ถามเพิ่ม

สงสัยตรงไหน ถามได้เลย — ระบบตอบจากเนื้อหาในบทนี้ และนำคำถามไปพัฒนาเนื้อหาให้ละเอียดขึ้น

ที่มา: 2.The beginning of life II.pdf, 2.The beginning of life II 2.pdf