อ่านอย่างเดียว25 นาที

Spreadsheet Program: MS Excel สำหรับนักศึกษาแพทย์

Part 1 / 4

Spreadsheet Program: MS Excel สำหรับนักศึกษาแพทย์

ส่วนที่ 1: Data vs Information และโครงสร้างของ Excel

Data vs Information คืออะไร?

ก่อนจะเรียนใช้ Excel ต้องเข้าใจก่อนว่าเราจัดการกับอะไรอยู่

  • Data (ข้อมูลดิบ) = ข้อมูลที่ยังอ่านไม่รู้เรื่อง เช่น 010101001010 หรือตัวเลข raw ที่ยังไม่ผ่านการประมวลผล
  • Information (สารสนเทศ) = ข้อมูลที่ผ่านการเปลี่ยนแปลง ประมวลผล หรือวิเคราะห์แล้ว ให้อยู่ในรูปแบบที่มีความสัมพันธ์กัน มีความหมาย มีคุณค่า และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้

ตัวอย่างในทางคลินิก: ค่า glucose 126 mg/dL คือ data → แต่เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับ threshold และบอกว่า "ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์ DM" นั่นคือ information

Structured Data vs Unstructured Data

ประเภทลักษณะตัวอย่าง
Unstructured Dataไม่มีโครงสร้างชัดเจน จัดเก็บในรูปแบบอิสระ ส่วนใหญ่จะยังไม่ได้รับการจัดการจนกว่าจะต้องการใช้ไฟล์ PDF รายงาน, รูปภาพ, ข้อความ note ของแพทย์
Structured Dataมีโครงสร้างชัดเจน จัดเก็บตามรูปแบบที่กำหนด สามารถนำมาทำเป็น Table ได้ตาราง patient database, ผลแล็บ

Excel เหมาะสำหรับจัดการ Structured Data เพราะข้อมูลสามารถนำมาจัดในรูป Table แล้วประมวลผลได้ทันที

โครงสร้างของ Microsoft Excel

เมื่อเปิด Excel จะพบส่วนประกอบหลักดังนี้:

  • Workbook = ไฟล์ Excel ทั้งหมด (*.xlsx, *.xls) สร้างได้โดย File → New เลือก Blank workbook หรือ Template workbook
  • Worksheet = แต่ละ Sheet ภายใน Workbook เพิ่มได้โดยกดปุ่ม + ที่ Tab ด้านล่าง สามารถ Delete, Rename, Move หรือ Copy ได้โดย right-click ที่ Tab
  • Cell = ช่องตัดกันระหว่าง Column (แนวตั้ง ใช้ตัวอักษร A, B, C...) กับ Row (แนวนอน ใช้ตัวเลข 1, 2, 3...) เช่น Cell A1, B3
  • Active Cell = Cell ที่ถูกเลือกอยู่ในขณะนั้น

ส่วนประกอบหน้าจอที่สำคัญ:

  • Quick Access Toolbar = แถบเครื่องมือด่วนด้านบน
  • Ribbon = แถบเมนูหลัก ประกอบด้วย HOME, INSERT, PAGE LAYOUT, FORMULAS, DATA, REVIEW, VIEW, FORMAT
  • Name Box = แสดงตำแหน่ง cell ที่เลือกอยู่
  • Formula Bar = แสดงสูตรหรือเนื้อหาใน cell ปัจจุบัน

File Types ของ Excel

  • **Excel file (.xls, .xlsx) = format หลักของ Excel เก็บ formatting และ formula ทั้งหมด
  • Text file (*.txt) = เก็บข้อความธรรมดา คั่นด้วย Tab
  • CSV file (*.csv) = Comma-Separated Values คั่นด้วย comma เป็น format ที่นิยมใช้แลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างโปรแกรม

บันทึกไฟล์ได้ที่ File → Save As เลือก destination ได้ทั้ง OneDrive (ต้องมี Microsoft Account) หรือ This PC / Browse

Part 2 / 4

ส่วนที่ 2: Essential Functions — Data Input และ Basic Data Processing

Data Input

  • แก้ไข cell: กด F2 หรือ double-click ที่ cell
  • เพิ่ม row/column: กด ALT แล้วตามด้วย H + I + R (สำหรับ Row) หรือ H + I + C (สำหรับ Column)
  • Filter: ใช้ Data → Sort & Filter → Filter เพื่อเลือกเฉพาะข้อมูลเป้าหมาย ผลที่ได้คือข้อมูลที่ถูก Sorted และ Filtered พร้อมนำไปประมวลผลต่อ
  • สำคัญ: Excel ควรใช้สำหรับ data collection ไม่ใช่การทำ document สวยงาม — อย่า merge cell หรือใส่ header หลายระดับซ้อนกัน เพราะจะทำให้ประมวลผลไม่ได้

หลักการเขียนสูตร (Formula)

สูตรทุกตัวใน Excel ขึ้นต้นด้วยเครื่องหมาย "=" ตามด้วยชื่อฟังก์ชันหรือสมการคณิตศาสตร์

ลำดับการคำนวณใช้หลัก PEMDAS: Parentheses → Exponents → Multiply/Divide → Add/Subtract

Essential Functions — BASIC

1. ROUND / ROUNDDOWN / ROUNDUP ปัดเศษตัวเลข ระบุจำนวนทศนิยมที่ต้องการ

  • =ROUND(1231.56, 1) → 1231.6
  • =ROUNDDOWN(1231.56, 0) → 1231
  • =ROUNDUP(1231.56, 0) → 1232

2. CEILING ปัดขึ้นไปยังทวีคูณที่กำหนด เช่น =CEILING(159, 100) → 200

3. FLOOR ปัดลงไปยังทวีคูณที่กำหนด เช่น =FLOOR(159, 100) → 100

4. SUBTOTAL คำนวณกลุ่มข้อมูล มี sub-function หลายตัวได้แก่: AVG, COUNT, COUNTA, MAX, MIN, PRODUCT, STDEV.S, STDEV.P, SUM (กด Alt + = เพื่อ shortcut), VAR.S, VAR.P

5. PRODUCT / POWER / MOD

  • PRODUCT: คูณเลขหลายตัว
  • POWER: ยกกำลัง เช่น =POWER(2, 10) → 1024
  • MOD: หาเศษจากการหาร

6. SUMPRODUCT การบวกรวมที่มีเงื่อนไข — คูณแต่ละคู่ element แล้วบวกรวม เช่น คำนวณยอดขายรวมตาม Team

7. IF เงื่อนไขแบบ true/false เช่น =IF(A2>=B2, "Column A is greater or equal", "Column B is greater")

ใช้เครื่องหมาย $ เพื่อ fix ตำแหน่ง reference เช่น $A$1 ให้ไม่เลื่อนเมื่อ copy สูตร

8. IFERROR จัดการ error เช่น =IFERROR(B4/C4, "Cell C4 is zero - cannot divide by zero") แทนที่จะแสดง #DIV/0! จะแสดงข้อความที่กำหนดแทน

9. SUMIF / SUMIFS / COUNTIF / COUNTIFS บวกหรือนับข้อมูลตามเงื่อนไข เช่น =SUMIF($A$2:$A$10, E4, $C$2:$C$10) — บวกยอดขายเฉพาะ Team ที่ระบุ

10. VLOOKUP ค้นหาข้อมูลในแนวตั้ง: =VLOOKUP(lookup_value, table_array, col_index_num, range_lookup)

  • lookup_value = ค่าที่ต้องการค้น
  • table_array = ช่วงข้อมูลที่ค้นหา
  • col_index_num = หมายเลขคอลัมน์ที่ต้องการดึงค่า
  • range_lookup = TRUE (approximate) หรือ FALSE (exact match)

Data Cleansing

ก่อนวิเคราะห์ข้อมูลต้องทำความสะอาดก่อน:

  • Filtering: Data → Filter เพื่อกรองข้อมูลที่ต้องการ
  • Remove Duplicates: Data → Remove Duplicates เพื่อลบแถวที่ซ้ำกัน สามารถเลือกได้ว่าจะตรวจสอบคอลัมน์ไหนบ้าง
Part 3 / 4

ส่วนที่ 3: Conditional Formatting และ Data Visualization

Conditional Formatting

Conditional Formatting คือการกำหนดรูปแบบ (สี, font, icon) ของ cell โดยอัตโนมัติตามเงื่อนไขที่กำหนด ทำให้มองเห็นรูปแบบข้อมูลได้ทันที

ประเภทของ Rule:

  • Format all cells based on their values — เช่น ใช้ color scale แสดงค่าสูง-ต่ำ
  • Format only cells that contain — เช่น ไฮไลต์ cell ที่มีค่ามากกว่า 100
  • Format only top or bottom ranked values
  • Format only values that are above or below average
  • Format only unique or duplicate values
  • Use a formula to determine which cells to format — เช่น =COUNTIF($B$4:$B$21, E4)>0 เพื่อไฮไลต์ข้อมูลที่ปรากฏซ้ำในอีกคอลัมน์

ประโยชน์ทางคลินิก: เช่น ไฮไลต์ผล lab ที่ผิดปกติด้วยสีแดงโดยอัตโนมัติ ทำให้ review ข้อมูลผู้ป่วยจำนวนมากได้รวดเร็ว

Data Visualization — ประเภทกราฟและการใช้งาน

การเลือกกราฟที่เหมาะสมสำคัญมาก เพราะกราฟผิดประเภทอาจสื่อสารข้อมูลผิดพลาด

แผนภูมิแท่ง (Bar/Column Chart)

  • นิยมใช้งานมากที่สุด
  • ใช้แสดงการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา หรือเปรียบเทียบระหว่างกลุ่ม
  • มีแบบ Stacked (ต่อกัน) สำหรับแสดง 2 ตัวแปรในแท่งเดียว

แผนภูมิวงกลม (Pie Chart)

  • นิยมใช้เปรียบเทียบข้อมูลภายในกลุ่ม (สัดส่วนของส่วนต่างๆ)
  • มีแบบ Donut Chart + แสดงตัวเลขตรงกลาง

แผนภูมิเส้น (Line Chart)

  • นิยมใช้สำหรับแสดงข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กับเวลา (time-series)
  • เช่น ราคา, จำนวนผู้ป่วย, ค่า vital signs รายวัน

แผนภูมิพื้นที่ (Area Chart)

  • นิยมใช้สำหรับแสดงข้อมูล time-series พร้อมกับปริมาณของข้อมูล

Scatter Plot

  • ใช้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรข้อมูล 2 ชุด

Bubble Chart

  • ใช้สำหรับการเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างตัวแปรข้อมูล 2 ชุด และเพิ่มตัวแปรในการแสดงผล (ขนาด bubble แทนตัวแปรที่ 3)

Heatmap

  • แสดงการจัดกลุ่มข้อมูล (categorical data) โดยใช้ความเข้มข้นของสีในการนำเสนอค่าของข้อมูล เช่น แผนที่แสดงอัตราตายจากอุบัติเหตุทางถนนแต่ละจังหวัด

Sparklines

  • กราฟขนาดเล็กที่แทรกอยู่ใน cell เดียว มี 3 แบบ: Line, Column, Win/Loss
  • ใช้แสดง trend ของข้อมูลแบบ compact ใน dashboard

แผนภูมิแท่ง + เส้น (Combo Chart)

  • ผสม Bar Chart และ Line Chart ในกราฟเดียว เหมาะสำหรับแสดงข้อมูล 2 ประเภทที่มี scale ต่างกัน

ข้อควรระวัง: Excel for document ≠ for data collection

ไม่ควรใช้ Excel แบบที่มี merged cell, header หลายชั้น, หรือข้อมูลกระจัดกระจาย เพราะจะทำให้ไม่สามารถประมวลผลข้อมูลด้วย formula หรือสร้างกราฟได้อย่างถูกต้อง ทุก row ควรเป็น 1 observation และทุก column ควรเป็น 1 variable

Part 4 / 4

ถามเพิ่ม

สงสัยตรงไหน ถามได้เลย — ระบบตอบจากเนื้อหาในบทนี้ และนำคำถามไปพัฒนาเนื้อหาให้ละเอียดขึ้น

ที่มา: Week4 Spreadsheet program.pdf