อ่านอย่างเดียว20 นาที

Mapping the Human Body: Planes, Directions & Laterality

Part 1 / 4

Mapping the Human Body: Planes, Directions & Laterality

วิชา FMMD 1101 · ปี 1 เทอม 1
ก่อนจะเรียน anatomy ต่อไป เราต้องมี "ภาษากลาง" เดียวกันก่อน — ไม่งั้นหมอจะบอกตำแหน่งผิดพลาดได้ในคลินิก


Part 1: Anatomical Position — จุดเริ่มต้นของทุกอย่าง

Standard Anatomical Position คือท่าอ้างอิงสากลทางการแพทย์ ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ:

  1. HEAD — ลำตัวตั้งตรง หัวตรง
  2. HANDS — ฝ่ามือหันไปข้างหน้า (palms facing forward) นิ้วหัวแม่มือชี้ออกจากลำตัว (thumbs pointing away from the body)
  3. FEET — เท้าแยกออกจากกันเล็กน้อย (feet slightly apart)

ทำไม Anatomical Position ถึงสำคัญมาก?

เพราะมันคือ universal reference point ในทางการแพทย์ ไม่ว่าผู้ป่วยจะนอนอยู่บนเตียง, นอนคว่ำ, หรืออยู่ในเครื่อง MRI — เราจะ อธิบายกายวิภาคของเขาเสมือนว่าเขาอยู่ในท่านี้เสมอ

ตัวอย่าง: ถ้าจะบอกว่า "ตับอยู่ที่ไหน" เราบอกว่าอยู่ด้านขวาบน (right upper) ของช่องท้อง — โดยอ้างอิงจาก Anatomical Position ทั้งนั้น แม้ผู้ป่วยจะนอนตะแคงอยู่ก็ตาม


Part 2: Anatomical Planes — การ "ตัด" ร่างกายใน 3 มิติ

Planes ใช้ระบุว่า pathology อยู่ที่ไหน — สำคัญมากในการอ่าน X-ray, CT, MRI

Planeทิศที่ตัดแบ่งร่างกายเป็น
Sagittal Planeแนวตั้ง ซ้าย-ขวาซ้าย (Left) และ ขวา (Right)
Coronal (Frontal) Planeแนวตั้ง หน้า-หลังหน้า (Front) และ หลัง (Back)
Transverse (Horizontal) Planeแนวนอน บน-ล่างบน (Top) และ ล่าง (Bottom)

จำง่ายๆ:

  • Sagittal = ซ้าย-ขวา (เหมือนลูกศรที่ยิงจากข้าง → ทะลุซ้าย-ขวา)
  • Coronal = หน้า-หลัง (เหมือนมงกุฎ/Crown ที่ครอบจากด้านหน้า)
  • Transverse = ขน-ล่าง (ตัดขวาง เหมือนตัดต้นไม้)

Midsagittal Plane คืออะไร?

คือ Sagittal plane ที่ผ่านกึ่งกลางลำตัวพอดี (perfectly down the midline) แบ่งร่างกายเป็น left กับ right เท่าๆ กัน

Clinical pearl 🩻

รูปใน X-ray ส่วนใหญ่เป็น Transverse plane เท่านั้น ส่วน Coronal และ Sagittal มักเจอใน MRI — เพราะ MRI สร้างภาพได้หลาย plane ได้ละเอียดกว่า
ตัวอย่าง: X-ray หัวกะโหลก ถ้าใกล้เส้น midline → ใกล้ medial, ไกลออกไป → lateral แต่ตำแหน่งที่ accurate ที่สุดคือ transverse

Part 2 / 4

Part 3: Anatomical Compass — ทิศทางของร่างกาย

เหมือนเข็มทิศที่ใช้นำทาง เราใช้คู่ตรงข้ามต่อไปนี้ระบุตำแหน่งของโครงสร้างต่างๆ:

คู่ความหมายตัวอย่าง
Superior vs Inferiorบน vs ล่างหัวใจอยู่ superior กว่าตับ
Anterior vs Posteriorหน้า vs หลังกระดูกอก (sternum) อยู่ anterior กว่ากระดูกสันหลัง
Medial vs Lateralใกล้ศูนย์กลาง vs ไกลศูนย์กลางนิ้วก้อย lateral กว่านิ้วชี้ (ใน anatomical position)
Proximal vs Distalใกล้จุดยึดออก vs ไกลจุดยึดออกไหล่ proximal กว่าข้อมือ

ข้อควรระวัง: Dorsal และ Ventral

  • Dorsal = หลัง (ชี้ฟ้า)
  • Ventral = ท้อง (ชี้พื้น)

⚠️ คำทั้งสองนี้ ไม่ได้อ้างอิงจาก Standard Anatomical Position จึงควรระวังในการใช้ เพราะอาจสับสนกับ Posterior/Anterior ได้

Key Landmarks & Regional Roots ที่ต้องรู้

เหล่านี้คือคำรากศัพท์ภูมิภาคที่ใช้บ่อยในทางคลินิก:

Rootความหมายใช้ในระบบ
Cephalic / Neuro-ส่วนหัว / สมองNeurology
Cervicalส่วนคอOrthopedics, Neurology
Thoracic / Cardio-ส่วนอก / หัวใจCardiology
Abdominal / Gastro-ส่วนท้อง / กระเพาะGastroenterology
Osteo- / Derma-กระดูก / ผิวหนังOrthopedics, Dermatology
Caudalส่วนหาง (ส่วนล่างสุด)เช่น Caudal regression syndrome

ตัวอย่าง clinical: ถ้าอ่าน X-ray แล้วมีคำว่า "Post → Anterior" หมายความว่าลำแสงวิ่งจากด้านหลังไปหน้า (Posterior to Anterior) ซึ่งเป็นมุมถ่าย X-ray มาตรฐาน

Part 3 / 4

Part 4: Laterality — ซ้าย ขวา และความสำคัญทางคลินิก

Laterality คือการระบุ "ด้าน" ซึ่งสำคัญมากในการวินิจฉัยและรักษา มี 4 คำหลัก:

คำความหมายตัวอย่างคลินิก
Unilateralด้านเดียวผู้ป่วยหูหนวกข้างขวาข้างเดียว (unilateral hearing loss)
Bilateralทั้ง 2 ด้านเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้ง 2 ข้าง (bilateral knee replacements)
Ipsilateralด้านเดียวกันแขนขวาและขาขวาอยู่ด้าน ipsilateral กัน
Contralateralด้านตรงข้ามStroke ที่สมองซีกซ้าย → อ่อนแรงที่ร่างกายซีกขวา (contralateral weakness)

ทำไม Contralateral ถึงสำคัญมากในคลินิก?

เพราะ neural pathway หลักของร่างกาย (corticospinal tract) มีการ cross ที่ medulla oblongata — ดังนั้น lesion ที่สมองซีกหนึ่งจะแสดงอาการที่ร่างกายอีกซีกเสมอ นี่คือหลักการสำคัญใน Neurology

ตัวอย่าง: ผู้ป่วย stroke สมองซีกซ้าย → กล้ามเนื้อขาขวาอ่อนแรง (contralateral) เพราะ nerve ข้ามซีกแล้ว

Clinical tips สรุป

  • เวลาอ่านเคสหรือ imaging report ต้องระบุ laterality ทุกครั้ง — "ซ้าย" หรือ "ขวา" ผิดพลาดในห้องผ่าตัดมีผลร้ายแรงมาก
  • Lesion = จุดที่มีปัญหา (ใช้คู่กับ ipsilateral/contralateral เสมอ)
Part 4 / 4

ถามเพิ่ม

สงสัยตรงไหน ถามได้เลย — ระบบตอบจากเนื้อหาในบทนี้ และนำคำถามไปพัฒนาเนื้อหาให้ละเอียดขึ้น

ที่มา: 2.Anatomical Blueprint 2.pdf